[Photo] ท่องงานหนังสือไปกับพิกวิดเจียน
posted on 20 Oct 2009 18:08 by pigwidgeon in HorribleDiary
สวัสดีอีกครั้งจ้า กลับมาเจอกันอีกครั้งแล้ว
ไม่ได้อัพเอ็นทรี่หลายวันแล้ว ใกล้เปิดเทอมแล้วล่ะจ้า กำลังเตรียมทำธีมฮัลโลวีนอยู่ แล้วก็ยุ่งมากๆ ด้วย
ก่อนอื่น ต้องขอบคุณพี่พลอย คุณกะตั้วและน้องมิเคลมากเลยนะ เอ็นทรี่ที่แล้วตั้งใจเขียนมาก แอบหวังนิดๆ ว่าจะได้ติด Hot เป็นเอ็นทรี่แรกของบล็อกใหม่ แต่ในที่สุดแล้วก็ผิดหวัง ตอนแรกได้แค่คอมเม้นต์เดียวก็ใจหาย แต่โชคดี มีคนใจดีผ่านมาคอมเม้นต์ให้ บวกกับน้องมิเคลกลับมาพอดี เลยได้คอมเม้นต์มากขึ้นเรื่อยๆ จนมาหยุดที่ 4 ข้อความ โล่งใจไปที น่าเสียดายที่ไม่ได้มากไปกว่านี้ สงสัยคงต้องพักเอ็นทรี่ยาวๆ ไว้ก่อน
สำหรับเรื่องสุดฮอตของสัปดาห์นี้ คงหนีไม่พ้นงานหนังสือล่ะสินะ เดือนตุลาคมมาถึงทีไร นึกถึงงานหนังสือขึ้นมาทันที ไปไหนมาไหนก็มีคนถามว่า "ไปงานหนังสือมารึยัง?" เป็นคำถามยอดฮิตประจำสัปดาห์
เดือนตุลาคมทีไร มีงานหนังสือจัดขึ้นเมื่อนั้น เป็นโชคดีของคนไทย ที่เรามีงานหนังสือครั้งสำคัญปีละ 2 ครั้ง (มีไม่กี่ครั้งที่จัดมาเพิ่มบ้าง) แต่ละครั้งตรงกับช่วงปิดเทอม ถือว่าเปิดโอกาสให้เด็กๆ และวัยรุ่นทั้งหลายได้เลือกซื้อหนังสือที่ชอบ
ตัวพิกเอง ไปมาเมื่อวันที่ 16 ตุลาคม เป็นวันธรรมดา แม้จะผิดหวังที่ไม่ใช่วันเสาร์-อาทิตย์ ซึ่งเป็นวันที่คนที่มีชื่อเสียง อาทิ นักเขียน นักเขียนการ์ตูน หรือดารา มาพบปะและแจกลายเซ็นหนอนหนังสือทั้งหลาย...
อันที่จริง พิกก็อยากไปวันเสาร์-อาทิตย์ล่ะนะ แต่ที่บ้านไม่มีใครว่างเลย มีไม่กี่ครั้งที่ได้มาวันอาทิตย์หรือวันเสาร์ มาทีไรไม่ผิดหวัง เจอนักเขียนหรือนักเขียนการ์ตูนมาแจกลายเซ็นทุกครั้ง เฮ้อ ชีวิต ชีวิตของคนที่ติดงานตลอด เลือกวันเวลาไม่ได้
แต่ก็ยังดีกว่าไม่ได้มาล่ะนะ ยังน้อยก็ได้มางานหนังสือ
ไปงานหนังสือครั้งนี้ แต่งตัวสบายๆ ดูได้ถึงหกโมงเย็น ด้วยงบทั้งหมด 1,000,000 บาท
ออกจากบ้านตอนเที่ยง แต่มีธุระ นี่ นั่น โน่น นู่น กว่าจะได้นั่งรถไฟใต้ดินไปศูนย์สิริกิติ์ก็บ่ายสามโน่นแน่ะ บึ่งรถไฟจากสถานีลาดพร้าว (มันใกล้บ้าน+สะดวก+มีทีจอดรถ)
ลงบันไดเลื่อน จ่ายเงิน รอรถไฟ โชคดีถึงชานชาลาปุ๊บรถไฟมาปั๊บ ไม่ต้องเสียเวลาหาที่นั่งเพราะคนน้อย
รูปนี้เป็นธรรมเนียม (หรืออาจจะ) ต้องถ่ายทุกครั้งที่มางานหนังสือ มาถึงบันไดเลื่อนนี้ทีไรต้องถ่ายรูปทุกที แปลกเนอะ
แต่รูปนี้สวยกว่ารูปของปีที่แล้ว
บูธของบรรลือสาส์นมักเป็นสถานที่แห่งแรกที่พิกไป สำหรับคนที่คุ้นเคยกับนิตยสารการ์ตูนอย่างขายหัวเราะ มหาสนุกมา 8 ปี รู้สึกผูกพันกับสำนักพิมพ์นี้มาก มีนักเขียนการ์ตูนเยอะแยะ ใครๆ ก็อยากมาขอลายเซ็น
วันนั้นบรรยากาศภายในบูธค่อนข้างเงียบเหงา เนื่องจากวันนี้เป็นวันธรรมดา นักเขียนการ์ตูนปั่นงานอยู่ เลยไม่ได้มาแจกลายเซ็น แต่มีหนังสือออกเยอะ ช่วงนี้กระแสแพนด้ามาแรง เพื่อต้องการเอาใจคนรักแพนด้า บรรลือสาส์นก็เลยออกหนังสือ "หลินปิง ด.ญ.แพนด้าน้อย" ให้หนอนหนังสือซื้อกัน
พิกยังซื้อหนังสือ "ต้องเป็นที่ 1 ให้ได้" ที่สร้างจากชีวิตจริงของ บัณฑิต อึ้งรังษี วาทยากรไทยคนแรกที่ได้กำกับวงของต่างชาติ วาดโดยเอก วิรัตน์ ผู้ซึ่งตอนนี้ฝากผลงานสวยๆ เรื่อง "กลมกลิ้งสิงห์สตั๊ด" พิกตัดสินใจซื้อเพราะอยากได้แนวทางสู่การเป็นที่หนึ่ง
(แหม รู้เรื่องบรรลือสาส์นดีเชียวนะ ก็ผมเป็นแฟนตัวยงเลยนี่นา
)
ว้าว! มีหนังสือของเดอะดวงออกใหม่ด้วย "เรื่องมีอยู่ว่า" รวมการ์ตูนสั้นในขายหัวเราะ มหาสนุก บางเรื่องพิกเคยอ่านแล้ว ลายเส้นสวย ตัวการ์ตูนน่ารักเป็นกันเอง ไม่ใช่หน้าโหดบิดเบี้ยวเหมือน Book comic ชื่อ 7(Seven) ของ A Book (ไม่ได้ซื้อแต่เคยเปิดอ่าน ลายเส้นโหดจริงๆ ครับ) ดีที่เปลี่ยนแนวมาวาดการ์ตูนเด็กบ้าง พี่เดอะดวงวาดสวยขนาด บก. วิธิต ยังชม
มีอีกหลายเล่มที่เปิดตัวในเดือนตุลาคม แต่พิกว่าไม่จำเป็น เลยไม่ได้ซื้อ
"เรื่องมีอยู่ว่า" จึงเป็นผลงานของเดอะดวงเล่มแรกที่พิกซื้อมาครอบครอง...
เดินกันอีกสักนิด เดินขึ้นไปถึง "ลานเวทีเสวนา" หรืออีกชื่อหนึ่งคือ "Hall A" ที่ที่มีเสาหัวช้าง ก่อนถึงเวทีกิจกรรม จะมีต้นคริสต์มาสต่อจากหลอดไฟล้วนๆ รอบๆ มีเลื่อนซานตาคลอส มีหนังสือที่สันเขียนว่า "Book for Gift" คำขวัญของงานหนังสือครั้งนี้ ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่าเกี่ยวกับของขวัญ เพราะมีจุดบริการห่อหนังสือเป็นของขวัญให้กับคนที่เรารักด้วย คนที่ไปงานต้องได้เห็นเจ้านี่สักครั้งนะ
นี่พิกเข้าใจผิดอะไรหรือเปล่า คริสต์มาสจะมาก็อีกตั้งสองเดือนนะ?
ไปงานหนังสือทีไร บูธของนานมีฯ คึกคักเสมอ เป็นบูธใหญ่มาก ไปงานหนังสือจะหาบูธนี้ง่ายหน่อยเพราะปีหลังๆ นี้จองที่เดิมตลอด หนังสือเขาทำออกมาดี มีหลายแนว
หนังสือของนานมีฯ ที่กำลังดังอยู่ก็ "ครอบครัวตึ่งหนืด" กับ "ทำอย่างไรให้..." หนังสือแนวพัฒนาบุคลิกภาพ แต่พิกไม่ซื้อล่ะ เพราะ 1. หนังสือเยอะแล้ว 2. ซื้อแล้วต้องซื้อเล่มอื่นๆ อีก และ 3. เชื่อในความสามารถของตนเอง จะพัฒนาตนเองต้องทำด้วยตนเอง ถ้าซื้อก็จะซื้อแต่เล่มที่จำเป็น
บูธแจ่มใสคนเยอะมาก นี่แค่วันธรรมดานะ ถ้าเป็นวันหยุดสุดสัปดาห์คงล้นไปถึงโซนเมนฟอร์เยอร์แน่ๆ
(โซนเมนฟอร์เยอร์ = บริเวณกว้างๆ หน้าแพลนนารี่ ฮอลล์ ที่มีห้องมีตติ้งน่ะ นึกออกมั้ย?)
แจ่มใสเป็นสำนักพิมพ์ที่ขึ้นชื่อว่าผลิตแต่นิยายรัก ที่โรงเรียนพวกผู้หญิงติดกับตรึม แต่แจ่มใสยังมีสำนักพิมพ์ในเครือที่ผลิตหนังสือแนวอื่นๆ อีก เช่น สำนักพิมพ์เอ็นเทอร์บุ๊คส์ เป็นต้น ใครสนใจสอบถามแจ่มใสได้
ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่พิกสนใจบูธของ a book โดยแท้ ด้วยความหวังลมๆ แล้งๆ (ขนาดนั้นเชียว) ว่าจะได้เจอชาวเอ็กซ์ทีนที่รู้จักบ้าง แต่ก็ไม่เห็นใคร แม้แต่เงาศีรษะของมาสเตอร์แชมป์
จริงๆ แล้ว พิกไม่เคยสนใจหนังสือของ a book เลย แต่เพิ่งมารู้ไม่นานมานี้ว่าเอ็กซ์ทีนกับ a book มีความสัมพันธ์เป็นอันมาก แต่ก็รู้มาว่าอะบุ๊คเป็นสำนักพิมพ์ที่รู้จักกันในหมู่วัยรุ่น เพียงแต่ไม่ได้พิชิตใจพิกก็เท่านั้น แต่พิกก็เชื่อล่ะ วันนั้นพิกก็ได้พิสูจน์กับตา เพราะวันที่พิกไปถึง นักศึกษาเยอะมากกกกก เต็มไปหมดเลย บางคนยังใส่ชุดนักศึกษา แสดงว่าเลิกเรียนก็มาอะบุ๊คกันหมดเลยสิ...
(ครั้งที่แล้วจำได้ว่าบูธนี้อยู่โซนเมนฟอร์เย่ มีพนักงานขายตะโกนเรียกลูกค้านักศึกษา แต่ไม่เห็น Celebrities ของเอ็กซ์ทีนเลยสักคนเหมือนกัน)
ก่อนออกจากแพลนนารี่ ฮอลล์ พิกซื้อชุดประดิษฐ์อิเล็กทรอนิกส์มาชุดนึง ภาคเรียนที่ 2 นี้ ม.3 วิทย์มีเรียนเรื่องอิเล็กทรอนิกส์เบื้องต้น เลยซื้อมาลองต่อเล่นหน่อย
ไปต่อกันเทอะ ^.^
ขึ้นโซน C2 เดินไปทางขวาสุด ก็เจอกับบูธของ "ร้านนายอินทร์" ร้านหนังสือที่มีสาขามากที่สุดในเมืองไทย ครอบครองพื้นที่ขนาดใหญ่ ณ ปลายสุดของโซน C2 มาหลายปีแล้ว และไม่มีท่าว่าจะย้ายไปไหนอีก ด้วยความที่อยู่ในพื้นที่แคบๆ เลยแออัดมาก ไม่เหมือนกับบูธของนานมีฯ ที่กว้างขวางกว่า
ที่นี่ก็เป็นเช่นเดียวกับบรรลือสาส์น คือไม่มีนักเขียนมาพูดคุยหรือแจกลายเซ็นเลยสักคนเดียว มีแต่คนเดินงานหนังสือทั้งนั้น บางคนก็นิสัยไม่ดีด้วย
เล่าต่อ คนเยอะมาก บางคนก็เข้าแถวรอซื้อหนังสือออกใหม่ ที่นี่รับหนังสือมาจากทุกสำนักพิมพ์แล้วเอามาขายทีเดียว ลดราคาจากหน้าปกด้วยล่ะ พิกซื้อมาหลายเล่มเลยทีเดียว ซื้อหลายๆ เล่มเข้าก็ได้จับคูปองส่วนลด+รับหนังสือฟรี แคชเชียร์ซึ่งเป็นมุมเล็กๆ หลังโต๊ะแจกลายเซ็นคนคึกคักทีเดียว แต่ทว่า...
คนสนใจแต่หนังสือ แต่เศษชิ้นส่วนคูปองที่ทิ้งไว้เบื้องล่างล่ะ?
เศษกระดาษจากการฉีกคูปองส่วนลดที่เคยมีค่า กลับกลายเป็นของไร้ราคา ถูกมนุษย์กระทำย่ำยีด้วยการเหยียบย่ำ ใช้กระดาษสิ้นเปลืองอย่างนี้แล้วจะเรียกว่าลดโลกร้อนได้เรอะ?
เห็นแล้ว...เลิกใช้คูปองกระดาษเถอะ เขียนโปรแกรมสุ่มของรางวัลดีกว่า
ก่อนลงไปโซน C1 พิกแวะไปที่ร้านเอเชียบุ๊คส์ ร้านขายหนังสือที่น่าสนใจที่สุดของโซนหนังสือต่างประเทศ และเป็นร้านที่พิกเป็นสมาชิกอยู่ ตั้งใจว่าจะมาซื้อแฮร์รี่ภาษาอังกฤษไปสัก 2 เล่ม เท่าที่ดูราคาก็เล่มละ 283 บาท แต่พ่ออยากซื้อเป็นชุดมากกว่า ชุดหนังสือหมด บวกกับซื้อเยอะ งบใกล้หมดแล้ว ก็เลยกินแห้ว ไม่ได้ซื้อไปสักเล่ม
แต่ปีนี้ ก็มีหนังสือมาแรง เขาพิมพ์ทไวไลท์ขึ้นมาใหม่ ปกเป็นภาพจากในหนัง เอาใบปิดมาย่อขนาด และหนังสือที่น่าสนใจอีกหลายๆ เล่ม
(รูปมันเบลอ ไม่มีรูปประกอบนะสำหรับร้านนี้)
โซน C1 เป็นโซนที่น่าเบื่อมาก มีแต่สำนักพิมพ์ผู้จัดการ อีกหนึ่งบูธใหญ่และคึกคักของงานหนังสือ นอกนั้นก็เห็นมีแต่หนังสือเด็ก หนังสือเก่า และนิยายยุคก่อนปี พ.ศ. 2530 มีไม่กี่คนที่สนใจ พิกก็เคยสนใจหนังสือเด็กแต่ตอนนี้พิกไม่เด็กแล้วก็เลยเบื่อไป
ก่อนออกจากโซน C1 เจอพี่ๆ พวกนี้ล่ะ เลยขอถ่ายรูปซะเลย
หลังจากนั้นก็ขึ้นไปยังโซน Plaza (ที่มีบันไดเลื่อนอ่ะ นึกออกบ่?) โซนนี้เป็นที่ตั้งของสำนักพิมพ์ซีเอ็ดฯ และมติชน บูธของมติชนติดบูธใหญ่ 1 ใน 5 ของงานหนังสือด้วย คุณพ่อชอบหนังสือของโซนนี้มาก โดยเฉพาะหนังสือของมติชน แต่ปีนี้กลับไม่สนแฮะ? กลับซื้อหนังสือจากโอเดียนสโตร์เยอะแยะเลย แปลก รึจะเป็นเพราะโลกร้อน?
โซนนี้บูธน้อยมากเมื่อเทียบกับโซนอื่นๆ แต่คนก็เยอะเหมือนกันนะ
ภาพมุมสูงของโซนพลาซ่า จากระเบียงเหนือบันไดเลื่อนเลยทีเดียว
เป็นรูปแรกที่ถ่ายจากงานหนังสือในที่สูงล่ะ!
เกือบหกโมงแล้ว อยู่ที่นี่มานานพอแล้วล่ะ สมควรที่จะกลับบ้านเสียที...
ด้านหน้าของโซนพลาซ่า มีบูธขนาดใหญ่ตั้งอยู่ในโซนเอเทรียม จัดแสดงกระเช้าของขวัญน้อยใหญ่ เพื่อย้ำถึง "Blog for Gift" คำขวัญของงานครั้งนี้ให้ผู้คนเข้าใจ น่าสนใจทีเดียว
เหลืออีก 1 ชั่วโมงงานก็จะปิด เราสองคนพ่อลูกก็รีบกลับบ้าน ออกประตูด้านถนนรัชดาภิเษกเพื่อกลับสถานีรถไฟใต้ดิน บรรยากาศหน้าบันไดเลื่อนตอนนี้ต่างจากตอนขามาลิบลับ ก็คนเยอะมาก เนื่องจากใกล้เวลาเลิกงานแล้ว
เป็นที่รู้กันว่า พอศูนย์ฯ สิริกิติ์จัดงานสำคัญๆ ทีไร ก็จะมีเคาน์เตอร์จ่ายเหรียญโดยสารชั่วคราวตั้งอยู่ข้างทางเดิน ก่อนถึงบันไดเลื่อนลงสู่ชั้น 2 เพื่อให้ผู้โดยสารไม่ต้องไปแออัดตรงเคาน์เตอร์หลักอยู่แล้ว คงไม่มีใครไม่เคยใช้บริการนะ?
สังเกตกันมั้ยว่า สถานีฯ ศูนย์สิริกิติ์มี 4 ทางขึ้น แต่น้อยคนนักที่จะขึ้นทางที่ 1,2 และ 3 เพราะว่าคนมักจะขึ้นทางที่ 4 ซึ่งเป็นเส้นทางที่ออกสู่ศูนย์สิริกิติ์กันทั้งสิ้น ยิ่งเป็นช่วงที่ศูนย์ฯ จัดงานอีเวนท์สำคัญๆ แล้ว พื้นกระเบื้องบนทางเดินยิ่งสึกหรอเร็วขึ้นเท่านั้นเพราะถูกเหยียบทั้งวี่ทั้งวันไม่เคยได้หยุดพัก
เมื่อรถไฟจอดเทียบชานชาลา รถไฟแทบแตกล่ะครับท่านผู้อ่าน ไม่ว่าจะเป็นรถไฟที่มุ่งหน้าไปหัวลำโพงหรือบางซื่อ พอประตูเปิด ทุกคนก็รีบพุ่งเข้าไปทันที!! (แต่ดูเหมือนว่าไปบางซื่อจะเยอะกว่า) เพื่อรองรับผู้โดยสาร ประตูก็เปิดนาน แต่ยิ่งนานเท่าไหร่ คนก็ยิ่งเข้ามาเยอะเท่านั้น จนพนักงานต้องประกาศให้บางส่วนออกไปรอรถไฟขบวนต่อไป
นับตั้งแต่นั่งรถไฟฟ้าใต้ดินไปงานหนังสือ ไม่เคยเจอรถไฟผู้โดยสารเต็มเท่าครั้งนี้มาก่อน แม้แต่ละครั้งพิกจะกลับช่วงเย็นเสมอ ยังไม่เคยเห็นหัวค่ำที่คนเยอะขนาดนี้!! ต้องจารึกไว้ในหน้าประวัติศาสตร์ครับ
รถไฟคนเยอะมาก เยอะมากจริงๆ
ไม่กล้าถ่ายหลายครั้งเพราะกลัวรบกวนความเป็นส่วนตัวของผู้โดยสารคนอื่นๆ
อีก 15 นาทีต่อมา รถไฟก็ถึงสถานีลาดพร้าว จ่อรถกลับบ้านโดยสวัสดิภาพ...
มาดูกันว่าพิกวิดเจียนคนนี้ซื้ออะไรมาบ้าง...
ตามเข็มนาฬิกา จากซ้าย
-
เรื่องมีอยู่ว่า โดย เดอะดวง ของสำนักพิมพ์บันลือบุ๊คส์ *
-
ต้องเป็นที่ 1 ให้ได้ เรื่อง บัณฑิต อึ้งรังษี ภาพ เอก วิรัตน์ ของสำนักพิมพ์บันลือบุ๊คส์ *
-
หลินปิง ด.ญ.แพนด้าน้อย ของสำนักพิมพ์บันลือบุ๊คส์ *
-
แพนด้าน้อย หลินปิง ของสำนักพิมพ์อมรินทร์ *
-
ผ่าแยกแหวกพุงสัตว์ (ของแถม) จากสำนักพิมพ์นานมีบุ๊คส์ *
-
กดเครื่องคิดเลขทำไม ในเมื่อคิดในใจได้เร็วกว่า ดร.อา
ร์เธอร์ เบนจามิน เขียน ของสำนักพิมพ์วีเลิร์น (น่าสนใจมาก อ่านแล้วทิ้งเครื่องคิดเลขไปได้เลย) -
โปสต์การ์ดหมีแพนด้า ของแถมจากสำนักพิมพ์บันลือบุ๊คส์
ช่วงนี้กระแสแพนด้ามาแรง มีหนังสือ 2 เล่มที่จับตาอยู่ ไปครั้งนี้ก็เลยได้มาทั้ง 2 เล่ม ฮิๆ
"ผ่าแยกแหวกพุงสัตว์" ชื่ออาจฟังชวนอี๋ แต่รับรองอัดแน่นไปด้วยความรู้ ไม่มีภาพที่ชวนสลดใจแน่นอน
ตามเข็มนาฬิกา จากซ้าย
-
ร็อบ ฮอร์ตัน กับเสือน้อยในกรงใจ โดย เคท ดิคามิลโล ของสำนักพิมพ์เพ็ทแอนด์โฮม *
-
เอ็ดเวิร์ด
คัลเลนทูเลน ตามหาหัวใจไกลสุดฟ้า โดย เคท ดิคามิลโล ของเพ็ทแอนด์โฮมเช่นกัน -
มนตร์คาถากับช้างวิเศษ โดย เคท ดิคามิลโล ของเพ็ทแอนด์โฮมอีกแล้ว *
-
เซลบี้ ตูบช่างพูดผจญภัย โดย ดันแคน บอลล์ ของเพ็ทแอนด์โฮมนั่นแหละ
-
คู่หูสี่ขา เพื่อนชีวิต โดย เจน บิลเดอร์ ของเพ็ทแอนด์โฮม
-
I-Style ชุดอิเล็กทรอนิกส์ ไฟกะพริบต้นคริสต์มาสพร้อมเสียงดนตรี จาก Smart Learning Ordinary Partnership
-
รู้ทันสันดาน Tense โดย เฑียร ธรรมดา จำหน่ายโดยสำนักพิมพ์อมรินทร์ *
-
กว่าจะเป็นแผนที่โลก วาล รอสส์ เขียน ของสำนักพิมพ์นานมีบุ๊คส์
ของเพ็ทแอนด์โฮมเยอะมาก เพราะอุดหนุนบ่อย เคท คิดามิลโลนี่ยอดนักเขียนหนังสือสำหรับเด็กเลย เล่มร็อบ ฮอร์ตันเศร้ามากแทบจะร้องไห้ "รู้ทันสันดาน Tense" ซื้อมาเพราะอยากเข้าใจ Tense ต่างๆ ในภาษาอังกฤษ เล่มสุดท้ายไม่ค่อยอยากซื้อเท่าไรแต่ต้องใช้กับคูปอง
ดอกจัน (*) แสดงว่าตอนที่เขียนเอ็นทรี่อยู่นี้อ่านจบแล้ว
ของแถมจากงานหนังสือ
มีถุงผ้าของบรรลือสาส์น โปสต์การ์ดหมีแพนด้า สมุดโน้ตของเพ็ทแอนด์โฮม ที่คั่นหนังสือจากแจ่มใสและอื่นๆ
(ที่คั่นของแจ่มใส ได้จากร้านนายอินทร์นะ เหมือนกันหมดเลย อยากได้หลายๆ แบบอ่ะ)
หมดไปแล้วสำหรับอีกวันนึง สนุกมากงานหนังสือครั้งนี้ ตั้งใจว่าครั้งนี้จะซื้อหนังสือให้คุ้มที่สุด ก็ได้มาเยอะทีเดียว ถึงจะเสียดายที่ไม่ได้ลายเซ็นจากใครเลย
แต่น่าเสียดายอย่างยิ่ง ที่พิกสังเกตได้ว่า คนไทยยังไม่ใส่ใจเรื่องภาวะโลกร้อนเท่าที่ควร ดูได้จาก...
-
งานหนังสือครั้งนี้ คนไทยทิ้งขยะแบบ "อยู่ตรงไหนทิ้งตรงนั้น" ดูได้จากเศษกระดาษที่บูธนายอินทร์
-
บางร้านยังพยายามเอาหนังสือใส่ถุงพลาสติกให้ลูกค้า ทั้งที่เห็นอยู่ว่าเขาเอาถุงผ้ามาด้วย
-
คนไทยยังชอบขึ้นบันไดเลื่อน น้อยคนนักที่จะใช้บันไดธรรมดา
บันไดเลื่อนคนแย่งกันขึ้น ทั้งๆ ที่มีบันไดธรรมดาว่างคอยให้บริการอยู่
เท่าที่เห็น มีแต่บูธบรรลือสาส์น ที่ใช้ถุงผ้าแทนถุงพลาสติกใส่หนังสือให้พิก
พิกจึงอยากให้ชาวเอ็กซ์ทีนพกถุงผ้าไปใส่หนังสือกันเยอะๆ และ เลิกใช้บันไดเลื่อน มาเดินขึ้นบันไดธรรมดากันดีกว่าครับ
(เว้นแต่คุณจะแบกของพะรุงพะรัง หรือมีเหตุจำเป็นอื่นๆ ที่ไม่สามารถใช้บันไดเลื่อน)
สรุปแล้ว ซื้อหนังสือมาทั้งหมด 14 เล่ม (รวมเล่มปกปิดอีกเล่มนึง มันเป็นเรื่องเกี่ยวกับคุณก็รู้ว่าอะไร ^^) และชุดอิเล็กทรอนิกส์อีก 1 ชุด น่าเสียดายไม่ได้หนังสือต่างประเทศ ซีดี หรือหนังสือติวสักกะเล่มนึง
จากประสบการณ์วันที่ 16 พิกรู้สึกดีใจ ที่คนไทยหันมาซื้อหนังสือกันมากขึ้น อ่านหนังสือกันมากขึ้น แต่หวังอย่างเดียวว่าคนไทยจะไม่ซื้อหนังสือเป็นแฟชั่น แบบซื้อตามเพื่อน ซื้อตามแฟน ซื้อเพื่อเรียกร้องความสนใจ หรือซื้อไม่ยอมหยุด ไม่บันยะบันยัง ซึ่งทำให้หนังสือหลายเล่มไร้ค่า เพราะคนที่ซื้อมันมาไม่สนใจจะอ่าน
เอ็นทรี่นี้เขียนติดต่อกันมาสี่วันแล้วล่ะ อาจจะมีสะกดผิดบ้าง เดี่ยวกลับมาแก้ไขทีหลัง
ขอบคุณทุกคนอีกครั้ง ที่สละเวลาอ่านเอ็นทรี่นี้มาก หวังว่าจะได้สาระกันไปบ้างไม่มากก็มากกว่านะ เอ็นทรี่นี้ไม่หวังผลกำไร ใครสนใจคอมเม้นต์ จะแลกเปลี่ยนประสบการณ์ บ่น ชื่นชม ติชม ให้กำลังใจ ก็ตามใจล่ะนะ สวัสดี
ว่าแต่ มีใครซื้อหนังสือเหมือนของพิกบ้างมั้ยเนี่ย?
(หนังสือแบบฝึกหัดที่ไปซื้อวันนั้นก็ทำจบเล่มไปแล้ว เหอๆ)
พี่เป็นพวกชอบไปคนเดียวอะ เดินตามใจ อยากเดินไปตรงไหนก็ได้ ปีที่แล้วซื้อเยอะมั้ง.. ยังอ่านไม่จบเลย ไม่มีเวลาอ่านมากกว่า เป็นพวกที่ว่าถ้าสนใจก็ซื้อเลย เกรงว่าถ้าปล่อยไปทีหลังจะหาซื้อลำบาก
แฮร์รี่แบบกล่องก็อยากได้แต่ไม่มีตังค์ แถมมีแบบเป็นเล่มๆปกติอยู่แล้วด้วย อยากได้ชุดขอบทองด้วยอะ US/UKก็ได้ แต่คงต้องเก็บเงินอีกหลายปี
เศษกระดาษที่บู๊ธนายอินทร์ เดี๋ยวงานเลิกก็เดือดร้อนแม่บ้านมากวาดกันอีก แต่ทำไงได้ คนอยู่ในอารมณ์ซื้อ ได้คูปองไปซื้อต่องี้ แถมไม่ทำที่ทิ้งให้มันดีๆด้วย(ก็ที่มันมีแค่นั้น)
ชอบบู๊ธมติชน เพราะเค้าจะเอาหนังสือวางหลายๆที่ เรื่องเดียวกันไปหยิบได้จากหลายมุม แต่บู๊ธอื่น ถ้าอยากได้ต้องมาเอาที่มุมนั้นมุมมนี้ กว่าจะฝ่าคนเข้าไปหยิบได้
พี่อยากเปลี่ยนธีมบล็อกมั่งอะ แต่จะสอบวันที่ ๓๑ นี้แล้ว แถมมีเรื่องจ่อคิวให้อัพเพียบ กว่าจะว่างอัพมันคงกลายเป็นอะไรที่เลทสุดๆ ประมาณว่าเหมือนจะตกข่าวไปเลย...
การสอบสำคัญกว่า มีคิวสอบอีกสามสี่อย่าง ... อ่านหนังสือไม่ทันแล้วววววววว
เม้นนี้ยาวยังกะหนึ่งเอนทรี่
#1 By HeDw!g on 2009-10-24 12:35