12 Greatest Events in 2012

posted on 31 Dec 2012 20:01 by pigwidgeon in Diary
สวัสดีครับ

และแล้วก็มาถึงวันสุดท้ายของปี 2012!!


วันนี้ จขบ. มาพร้อมกับธีมใหม่ครับ มาในชื่อ Bangkok SNOWBALL!!


ธีมนี้ก็สมมติให้กรุงเทพฯ ตกอยู่ในพายุหิมะครับ (เห็นหลายคนบ่นว่าหน้าหนาวไม่หนาวจริง เอ แต่ช่วงนี้ก็หนาวแล้วนะ เมื่อเช้านี่เอง)


ถ้าไม่เชื่อว่าเป็นกรุงเทพฯ จริงๆ ลองมองไปรอบๆ จะเห็นอาคารที่ดูคุ้นเคย ซึ่ง จขบ. เลือกมาแต่ตึกเด่นๆ ของมหานครเราทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็น
  • ตึกใบหยก
  • ตึกช้าง
  • ตึก Centara Grand at CTW
  • ตึก Energy Complex
  • พระที่นั่งอนันตสมาคม
  • สนง. ใหญ่ ธนาคารไทยพาณิชย์
  • สนง. ใหญ่ ธนาคารกสิกรไทย ใกล้ๆ สะพานพระราม 9
และที่ขาดไม่ได้ เด็กๆ วัยเกรียน เอ๊ย! วัยเรียนน่าจะรู้จักกันดี นั่นคือ
  • อาคารวรรณสรณ์!!!
ลองซูมหรือคลิก Show picture ดูนะครับ


แล้วเชื่อมั้ยว่า ธีมนี้ใช้เวลาทำถึง 1 ปีเต็ม!!


ไม่ใช่เพราะทำต่อเนื่องมาไม่หยุดนะครับ จริงๆ แล้วธีมนี้ต้องเสร็จตั้งแต่ปลายปีที่แล้วแล้วละครับ มันควรจะเป็นธีมส่งท้ายปี 2554 แต่เนื่องจากเหตุสุดวิสัยอะไรสักอย่าง (ที่จำไม่ได้แล้ว Foot in mouth) เลยต้องปล่อยค้างไปแล้วยกมาปีนี้แทน!


ถ้าเพื่อนๆ จำกันได้ ปี 2008 สมัยบล็อกเก่า บล็อกคริสต์มาสเป็นสีแดง ปี 2009 เป็นสีน้ำเงิน (ปี 2010 เป็นหนูน้อยไม้ขีดไฟ) มาปีนี้จึงขอนำเสนอด้วยสีเขียว
 
ส่วนปีหน้ามาลุ้นกันว่าจะเป็นสีอะไร???



หมายเหตุ: เหมือนเป็นอาถรรพ์ประจำบล็อกยังงั้นแหละครับ ถึงเส้นตายทีไรธีมนี้ก็ยังไม่เสร็จดี ยังมีบางส่วนขาดๆ เกินๆ อยู่ โดยเฉพาะส่วน body แคบไปหน่อย ทำให้เนื้อหาเกิน ต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ ที่นั้น ที่โน้นด้วย
เพราะฉะนั้นก็...ทนๆ อ่านไปก่อนละกันนะครับ


(หรือถ้าไม่ไหวจริงๆ อ่านแบบ touch ผ่านแท็บเล็ตดีกว่าครับ) 





สำหรับวันสุดท้ายของปีแบบนี้ เป็นธรรมเนียมที่จะเขียนเอ็นทรี่ย้อนระลึกถึงสิ่งดีๆ หรือสิ่งที่ประทับใจตลอด 365.2422 วันที่ผ่านมา


เนื่องจากในปีนี้ (ใกล้จะหมดแล้วสินะ) เป็นปี 2012 ดังนั้นจึงมีถึง 12 อย่าง!!!


เพื่อไม่ให้เสียเวลา มาดูกันครับว่ามีอะไรบ้าง!


1. BOI Fair 2011:
เชดดดด...งานนี้เจ๋งมาก




แม้ชื่อจะบอกว่าปี 2011 แต่งานนี้จัดในปี 2012 ถือเป็นงานที่ยิ่งใหญ่ที่สุดงานหนึ่งของปีก็ว่าได้!


BOI Fair 2011 เว้นว่างจากการปรากฏโฉมมาหลายปีแล้ว เดิมชื่อ BOI คงไม่คุ้นหูคนนัก ด้วยเป็นสำนักงานที่ดูเล็กแถวห้าแยกลาดพร้าว ใต้เงาของ ปตท. สนง. ใหญ่ แต่เมื่อจัด Fair ขึ้นมาก็เป็นที่รู้จักขึ้นมาทันทีเลย


สำหรับงานนี้เป็นงานที่ยิ่งใหญ่มาก ระดับน้องๆ ของ World Expo เลยทีเดียวเชียวครัฟ ขนาด จขบ. ต้องใช้เวลาเดินชมงานร่วม 2 วันเลยทีเดียว!! (วันแรกเดินใน Challenger อาทิตย์ต่อมาเดิน Ourdoor ต่างหากจ้ะ)


BOI Fair เป็นแหล่งรวมบริษัทด้านเทคโนโลยีชั้นนำของประเทศมาอวดวิทยาการใหม่ๆ ของตนกัน ไม่ว่าจะเป็นยนตกรรมล้ำสมัย ไปจนถึงนวัตกรรมประหยัดพลังงาน ช่วยอนุรักษ์โลก ฯลฯ จขบ. เดินแล้วได้ทั้งความรู้ ความประทับใจ กลับบ้านไปยากที่จะลืมลงเลยครัฟ





2. Tuition Time:
ตะลุยงามวงศ์วานเช้าจรดค่ำ




ปิดเทอมใหญ่ที่ผ่านมา (เม.ษ.-พ.ค.) จขบ. ได้สัมผัสและลิ้มลองกิจวัตรประจำวันที่ลืมไม่ลง นั่นก็คือ การเดินทางไปเรียนพิเศษแถวงามวงศ์วานเพียงคนเดียวตั้งแต่เช้าจรดค่ำ! โดย จขบ. ต้องออกจากบ้านตั้งแต่ 9.30 (ช่วงหนึ่งเรียนแต่เช้าต้องออก 7 โมงแน่ะ) และนั่งแท็กซี่กลับเองคนเดียวประมาณ 18.30 OHO!! ตั้ง 12 ชั่วโมงแน่ะ


กิจวัตรในช่วงนั้นเรียกได้ว่าทรหดทีเดียว จขบ. ต้องไปกลับเองตัวคนเดียว แถมกลับบ้านดึกดื่นอีกต่างหาก จากที่ตรงนั้นมีวิธีเดียวที่จะกลับบ้าน นั่นคือ...นั่งแท็กซี่ กว่าจะกลับบ้านได้ขึ้นอยู่กับดวง ถ้าเจอเร็วก็ได้กลับบ้านเร็ว ถ้าวันไหนรถมากก็จะได้นั่งช้า บางวันหาแท็กซี่ยากมากต้องถ่อสังขารไปถึงพันธุ์ทิพย์พลาซาเชียว! (แต่ก็ได้นั่งแท็กซีกลับทุกวันนะครับ)


นอกจากการเดินทางแล้ว จขบ. ยังได้สัมผัสกับสภาพแวดล้อมสถาบันกวดวิชาแถวนั้นด้วย เนื่องจากที่เรียนเช้ากับเรียนบ่ายอยู่ห่างกันมาก ทุกวัน จขบ. ต้องเดินประมาณ 3 ช่วงตึกจาก รร. หนึ่งไปอีก รร.หนึ่ง ต้องซื้อของเซเว่นกินเพื่อให้ทันเรียนบ่ายเร็วๆ นอกจากนี้ยังได้สัมผัสทุกความเสื่อมโทรม ทั้งหลุมบ่อบนฟุตบาท กลิ่นเน่าจากท่อระบายน้ำและน้ำขัง เด็กดีกินก๋วยเตี๋ยว มีบางส่วนดูดบุหรี่หลังเคมี อ.อุ๊ ฯลฯ แถมยังพบมารยาททรามๆ ในสถาบันกวดวิชาอีก (อ่านได้จากเอ็นทรี่ฮอตฮิตที่แสนจะภูมิใจเสนอนี้) เฮ้อ! เรียนสูงแต่สังคมยังเสื่อมทรามอยู่แบบนี้ ไม่ไหวนะเนี่ย






หลังจากปิดเทอมใหญ่ครั้งนั้น จขบ. ก็สัญญากับตนเองว่า "เหนื่อยฉิบหาย!!! กรูจะไม่ไปเรียนแถวนั้นอีกเป็นอันขาด!!! มีลูกหลานก็จะไม่ส่งไปเรียนทีนั่นด้วย!!!"




3. AstroPOSN: สอบเล่นๆ ดันไปถึงระดับชาติ !!






(หาเอาเองละกัน)


นอกจากปิดเทอมใหญ่อันทรหดแล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่ได้ใช้เวลาไปให้คุ้มค่าก็คือ การได้เป็นส่วนหนึ่งของ สอวน. ดาราศาสตร์ ศูนย์ รร. ดังย่านสามเสน ซึ่งเรื่องมันก็มีความเป็นมาตั้งแต่ ส.ค. ปี 54 แล้ว เมื่อ จขบ. กับเพื่อนจำนวนหนึ่งไปสอบ รอบแรกติด 3 คน ต่อมาก็รอบ 2 เหลือ 2 คน เรียนเข้มขันตอนมีนาฯ และไปค่ายปฏิบัติการที่เขาใหญ่ สุดท้ายก็เหลือ จขบ. เป็นตัวแทนของโรงเรียนไปแข่งขันระดับชาติที่โรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์!!!


3 วันแรกของการสอบ ทุกอย่างเป็นไปด้วยดีครับ เพราะเป็นรอบของข้อสอบทฤษฎี และวิเคราะห์ข้อมูล ซึ่งถ้าเทียบกับที่ติวเข้มไปนั้นถือว่าง่าย โดยเฉพาะรอบ "ดาวกระดาษ" (สอบเขียนตำแหน่งดาว) ตอนเย็นเหมือนเป็นของกล้วยๆ เลยทีเดียวครับ


หากแต่หายนะมาในรูปของการสอบ "ประกอบกล้อง" ในบ่ายวันที่ 4 นั่นเองครับ ซึ่ง จขบ. ล้มเหลวไม่เป็นท่า ด้วยที่ตนเองไม่มี sense เรื่องเครื่องมือเลย คงไปลบหลู่เทพเจ้าเฮเฟสตัสเข้า จับไม่ถ่อต่อไม่ถูกเลย คงเรียนวิศวะไม่ได้เป็นแน่ นี่ถ้าตอนเรียน รด. ให้ถือระเบิดละก็ มีหวังทำหล่นตู้มแน่ๆ


สุดท้ายก็เลยชวดรางวัลไป ไม่ได้แม้แต่เหรียญทองแดง ได้แค่กิตติกรรมประกาศเท่านั้นแหละ หลังจากพยายามทำหน้าโอเคกับรางวัลที่ได้ และแสดงความยินดีกับคนอื่นๆ แล้ว กลับถึงบ้านไปนอนร้องไห้เลยละครับ
ถ้าจะให้หาข้อผิดพลาด คงต้องบอกว่า คิดถึงการสร้างชื่อเสียงของโรงเรียนน้อยไปหน่อย เลยไม่ได้พยายามเท่าที่ควร ผลก็ออกมาเป็นอย่างนี้แหละ
 

ก็อยากบอกน้องๆ ว่า ไปแข่งขันที่ไหนๆ นึกถึงโรงเรียนให้มากๆ พยายามให้เต็มที่ คว้าชื่อเสียงให้โรงเรียนมา


และฝากประชาสัมพันธ์ น้องๆ คนไหนที่เรียนสายวิทย์ ม. ปลาย หรือ ม.ต้นในโปรแกรมที่เน้นวิทย์ละก็ลองสมัครสอบ สอวน. ในสาขาที่ชอบดูสิครับ อย่างน้อยก็ถือเป็นครั้งหนึ่งในชีวิตนะ Embarassed





4. บัตร Rabbit กับชีวิต(กวดวิชา)ที่เรียบง่ายขึ้น(จริงหรือ)




หลังจากหยุดร้องไห้งอแงกับความผิดหวังจนต้องผ่าตัดต่อมน้ำตาทิ้งแล้ว ก็ได้เวลาเข้าสู่ชีวิตการเรียน ม.6 ซะที ซึ่งสิ่งที่ตามมาก็หมายถึงฤดูกาลใหม่ (พูดยังกับฟุตบอล) ของการเรียนกวดวิชาด้วย จขบ. ต้องไปเรียนตั้งแต่เช้าจรดเย็นเช่นกัน แต่ลดเวลามาเป็น 10.00-16.00 เลยต้องออกจากบ้านประมาณ 9.00 เพื่อไปเรียนยังวรรณสรณ์


และหนทางไปสู่วรรณสรณ์ยอดฮิตก็คือ....รถไฟฟ้าาาาาาาาาาา!!


และด้วยบัตรแรบบิท ก็เข้ามาแทนที่บัตรโดยสารแบบเดิมๆ เพื่อให้การเดินทางของเราสะดวกขึ้น แค่เติมเงิน หรือเติมเที่ยว และแตะเข้าที่แป้นตรงแผงกั้น ก็สามารถผ่านไปขึ้นรถไฟฟ้าได้ โดยเฉลี่ยเสียแค่ 20 บาทต่อเที่ยวเท่านั้น!!



นอกจากนี้ แรบบิทยังใช้สะสมแต้ม แลกคูปอง ส่วนลด ฯลฯ กับร้านร่วมรายการได้ด้วย (ซึ่งจนถึงบัดนี้ จขบ. ก็ไม่ได้ใช้ซะที Foot in mouth)


แต่ของดีๆ ย่อมมาพร้อมกับของร้ายๆ เพราะว่า...

...จขบ. โดนแผงกั้นอัตโนมัติหนีบตั้งหลายครั้ง!!!
Tongue out


ไม่รู้เป็นเพราะเอาบัตรออกเร็วหรือทำไม


ตอนนี้ไม่ค่อยโดนแล้ว แต่ก็ยังเสียวทุกทีตอนผ่านแผงกั้น Foot in mouth




(เนื่องจากใกล้เคาท์ดาวน์ จึงขอยกอีก 8 เรื่องไปเขียนปีหน้า คงไม่นานเกินรอนะครับ)

สำหรับสิ่งที่ จขบ. และอีกหลายๆ คนคงคาดหวังไว้ในปีหน้า...

Percy Jackson: Sea of Monsters +++

หนังภาคต่อของภาพยนตร์สุดแป๊กแห่งปี 2010 มาดูกันซิว่าปีหน้านี้ภาค 2 จะแป๊กอีกไหม


เข้าฉายในเดือนสิงหาคม



The Hunger Games: Catching Fire +++

ภาคต่อของภาพยนตร์ที่ได้รับความนิยมสูงยิ่งแห่งปี 2012 ภาคต่อไปรับรองว่าไม่แป๊กแน่นอน

เข้าฉายประมาณปลายเดือน พ.ย.



ปีทองของดาวหาง +++

ปีนี้มนุษยโลกจะได้เห็นดาวหางเด่นๆ 2 ดวง คือดาวหาง PANSTARRS (9-17 มี.ค. 56)

และ ISON (พ.ย. 56)

เท่านั้นยังไม่พอใจ แถมดาวเคราะห์น้อยใกล้โลกอีกดวง ลุ้นโลกบึ้มก่อนวัน Valentine ครับ


รายละเอียดจะมาอีกที



และ

เขาชนไก่!!!!!!!!


(อ๊ากกกกก!!!!)

Comment

Comment:

Tweet

พี่ก็รอดูหนังปีหน้านะ ~ น่าดูค่อนข้างเยอะอยู่

ปีนี้หนาวไม่กี่วันจริงๆแหละ เซงมาก =_= !!!

#1 By *[J]øiiŽ [Ð]rägöÑ* on 2012-12-31 23:53