สุขสันต์วันเด็กครับทุกท่าน!
 
(ขอโทษที่ช้าครับ เน็ตไม่ดี อัพก่อนหมดวันพอดีสินะ)


วันนี้ชาวเอ็กซ์ทีนที่ยังเป็นเด็ก (หรืออยากเป็นเด็กอยู่) ก็คงได้สนุกกับเทศกาลวันเด็กที่จัดขึ้นตามที่ต่างๆ กันอย่างเต็มที่ ส่วนชาวเอ็กซ์ทีนที่ยอมรับสภาพการเป็นผู้ใหญ่ของตนเองแล้วก็คงสนุกตามแบบของตัวเองไป



และวันนี้ จขบ. ก็ต้องทำการตัดสินใจครั้งสำคัญ นั่นคือ ยกเลิกธีมใหม่ กลับมาใช้ธีมดั้งเดิม เนื่องจากปัญหา "หน้าผาธีมพัง" อันเกิดจากความยุ่งเหยิงของค่า margin padding และการจัดวาง neck และ content ไม่ตรงกัน ทำให้คนที่เข้ามาเยี่ยมเยือนต้องทนทุกข์อยู่กับความเละตุ้มเป๊ะ อาจทำให้ยอดเข้าชมลดลงได้ ประกอบกับงานที่เข้าถาโถมทำให้ไม่สามารถปลีกเวลามาแก้ธีมได้ทันเวลา จึงขอใช้ธีมดั้งเดิมไปก่อน และสัญญาว่าจะไม่ทำธีมพิสดารอย่างนี้อีก


เอาละ ก็ชี้แจงกันพอสมควรแล้วนะครับ มาเข้าเรื่องของเรากันเลย...




ทุกคนล้วนมีวัยเด็ก อันที่จริงทุกสรรพชีวิตบนโลกล้วนมีช่วงเวลาหนึ่งที่ตัวมันยังไม่โตเต็มที่ (อาจจะเป็นร่างกาย เนื้อเยื่อ หรือเซลล์) อย่างเช่นพืชมีระยะเอมบริโอ เป็นต้น ก่อนที่ตัวมันจะเริ่มสร้างเซลล์สืบพันธุ์อันเป็นสัญญาณของการเข้าสู่วัยผู้ใหญ่ ต่อไป


ตัวอย่างสิ่งมีชีวิตที่เห็นวัยเด็ก หรือวัยไม่ตัวเต็มวัยชัดเจนที่สุด ก็คือพวกเราๆ ท่านๆ ทั้งหลาย สัตว์ นั่นเอง


พวกเราทั้งหลายในฐานะประชาชนแห่ง Kingdom Animalia มีวัยเด็กที่เด่นชัดมาก โดยเฉพาะแมลงที่มีกระบวนการ "แปลงร่าง" อันซับซ้อน อย่างเช่น ผีเสื้อต้องเป็นหนอนก่อน แล้วค่อยเป็นดักแด้ ก่อนออกมาอวดโฉมแก่โลก



และก็เรา ในฐานะคนที่เป็นสัตว์สังคม มีพัฒนาการทางสังคมมากกว่าสัตว์อื่นๆ มีการแบ่งวัยของคนออกเป็น 4 วัยใหญ่ๆ ด้วยกัน คือ วัยเด็ก วัยรุ่น วัยผู้ใหญ่ และวัยชรา


และวัยเด็กนั่นแล คือวัยที่เราให้ความสำคัญเป็นอันดับหนึ่ง เห็นได้จากคำขวัญที่ว่า


"เด็กในวันนี้ คือผู้ใหญ่ในวันหน้า"


ดังนั้นพอถึงวันเด็กที ผู้ใหญ่ทุกระดับสังคม ตั้งแต่ครอบครัวไปจนถึงประเทศชาติ ต่างระดมทุกสรรพวิธีในการทำให้เด็กในความดูแลของตนมีความสุขที่สุด หรืออย่างน้อย ทำให้เด็กได้ใช้ชีวิตที่เป็นสุข เพื่อที่จะเป็นผู้ใหญ่ที่ดีในสังคม (ขออนุญาตใช้เทน "กำลังสำคัญของชาติ") ต่อไป


แต่ความเป็นจริง เราให้ความสำคัญกับมัน จริงหรือ?





คงปฏิเสธไม่ได้ว่า วัยเด็กเป็นวัยที่มีความสุขที่สุดของชีวิต เพราะเป็นวัยที่ "ผู้ใหญ่ตัวโต" จะให้การประคบประหงมเราแบบดีที่สุด เป็นวัยที่มีเรื่องสนุกสนานเข้ามาตลอด แทบจะไม่มีภาระใดๆ มาให้หนักหัวเลย
ไม่ต้องมาเครียดกับการบ้าน ไม่ต้องกวดวิชา ไม่ต้องหาที่เรียน ไม่ต้องมาหางานทำ เหมือนเราวัยรุ่นและวัยผู้ใหญ่ที่แสนวุ่นวายอย่างในตอนนี้



แต่เพราะเป็นสัจธรรมแห่งชีวิต ที่ทุกอย่างต้องมีการเปลี่ยนแปลง ในฐานะ "สิ่งมีชีวิต" ก็ต้องมีการเติบโต...


จากวัยเด็ก ต้องก้าวพ้นเข้าสู่วัยรุ่น วัยที่ฮอร์โมนพุ่งพล่าน ก่อความต้องการที่ไม่พึงประสงค์ในกายเรา


และช่างแสนเศร้า ที่จากวัยรุ่น ก็ต้องก้าวพ้นเข้าสู่วัยผู้ใหญ่ ที่ต้องรับผิดชอบชีวิตของตนเองเสียที มีภาระเข้ามามากมาย จะมางอแงเป็นเด็กไม่ได้ เพราะนั่นเป็นสัจธรรมของชีวิต!


ด้วยชีวิตที่เร่งรีบ เต็มไปด้วยการรับผิดชอบ ทำให้เราลืมหลายๆ สิ่งหลายๆ อย่าง ที่ดีงาม มีค่า และน่าจดจำในวัยเด็กไป



และนั่น ก็คือสิ่งที่เราลืมไป...

คือการให้ความสำคัญกับมัน ตอนที่เราเข้าสู่วัยผู้ใหญ่นั่นเอง...





ช่างน่าเศร้าที่สิ่งมีชีวิตอื่นๆ มีความรักตัว กลัวตาย พยายามหลีกหนีจากสิ่งที่ทำให้มันตาย อย่างพืชบางชนิด มีต้น ดอก ใบ ผลที่เป็นพิษ เพื่อให้ตัวมันเจริญและขยายพันธุ์ได้อย่างปลอดภัย หรือเม่น ที่มีหนามแหลมไว้ป้องกันศัตรู

แต่มนุษย์ กลับชอบไขว่คว้าหาสิ่งที่ทำให้ตัวเอง ตายเร็วขึ้น ทุกๆ ที!




เหล้า บุหรี่ ยาเสพติด
 สิ่งเหล่านี้มนุษย์ไม่เคยต้องการในวัยเด็กเลยสักนิด เพื่อที่จะได้มีเพื่อน เพื่่อที่จะได้เข้าสังคม...

 
แต่เมื่อเราโตขึ้น เราก็มีเหตุให้ต้องเข้าไปพัวพันกับสิ่งเหล่านี้ เนื่องจากความต้องการเข้าสังคมในระดับที่สูงขึ้น เช่น ชีวิตมัธยม มหาวิทยาลัย หรือในสถานที่ทำงาน



เหล้า
เครื่องดื่มสากล ผลิตภัณฑ์ที่ไม่น่าพิศมัยจากการหมักด้วยยีสต์ ได้ชื่อว่าเป็นเครื่องดื่มแห่งมิตรภาพ เพราะเป็นตัวสร้างความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลในสังคมผู้ใหญ่

แต่ จขบ. ขอเรียกมันว่า เครื่องดื่มลืมเยาว์ เพราะมันทำให้เราลืมคุณค่าของเครื่องดื่มแรกที่ให้ชีวิตเรามา และเจ้าของโดยชอบธรรมยอมให้เราดื่มด่ำไปกับมัน



น้ำนมแม่...


น้ำนมแม่เป็นของเหลวที่มีคุณค่ามากที่สุด ทั้งเป็นแหล่งอาหาร และให้ภูมิคุ้มกันแรกเกิดแก่เรา ทำให้ร่างกายทารกที่อ่อนแอของเราต่อสู้กับเชื้อโรคต่างๆ ได้ ที่สำคัญ เป็นเครื่องดื่มที่ทำให้เราเตฺิบโตมาเป็นเราในปัจจุบันนี้ได้
แต่อนิจจา เครื่องดื่มที่มีค่ามากที่สุดในชีวิต กลับให้เวลาได้ดูดดื่มสั้นนัก เพียงแค่ 6 เดือน-1 ปี เท่านั้น


เมื่อโตขึ้น เด็กหลายคนถูกแนะนำให้รู้จัก "น้ำอัดลม" เครื่องดื่มซูซ่าถูกปาก ดื่มได้ดื่มดี ทั้งคนเดียวและหมู่คณะ ที่แม้จะมีฤทธิ์รุนแรงหากดื่มเข้าไปมากๆ อาจกัดกระเพาะ ทำให้ฟันผุ ฯลฯ แต่ก็ยังดื่มกันเข้าไป (ซึ่ง จขบ. ก็ไม่ว่าอะไร อย่างน้อยก็ไม่ร้ายแรงเท่าสิ่งที่กำลังจะพูดต่อจากนี้)



แต่พอเข้าสู่วัยผู้ใหญ่ เหล้ากลับเข้ามาได้อย่างไรไม่รู้


ทั้งๆ ที่รู้ว่าไม่ดีต่อสุขภาพ แต่เหล้ากลับกลายเป็นเครื่องดื่มที่เป็นที่นิยมมากที่สุดในโลก

แม้จะมีโฆษณาแช่ง แช่ง แช่ง ให้ตกเตี้ยเรี่ยดินสักเพียงใด เหล้าก็ยังถูกเสิร์ฟหลังเลิกงาน หลังเลิกเรียน หลังเกษียณ ฯลฯ อยู่ดี


กลับกลายเป็นว่า เครื่องดื่มที่แย่ที่สุด กลับต้องมาดื่มตลอดชีวิต!?!




อีกญาติห่างๆ ที่ร้ายกาจพอๆ กันก็คือ บุหรี่ 


สิ่งที่เลวร้ายที่สุดจากการค้นพบดินแดนใหม่ เมื่อผู้บุกเบิกชาวยุโรปของเราค้นพบ "ยาสูบ" ต้นไม้ใบหนาดอกสวย ดูไม่มีพิษภัย แต่ไอ้พืช species นี้แหละ ที่นำความมัวเมาและโรคร้ายมาสู่โลกทั้งโลกในทุกวันนี้


ภายในไม่กี่ร้อยปี ไอ้แท่งมรณะแท่งนี้ ก็แพร่เข้าไปถึงประเทศที่ห่างไกลความเจริญที่สุด ได้เร็วยิ่งกว่าอินเทอร์เน็ต 3G เสียอีก


ทั้งที่รู้ว่าไม่ดีต่อสุขภาพ ออกโฆษณากันโครมๆ เช่นเดียวกับพี่ชายมัน แต่บุหรี่ก็ยังเป็นที่นิยมในหมู่คนประกอบอาชีพที่ใช้ความเครียดมากมาย โดยอ้างว่า "แก้เครียด"



ตอนเด็กๆ เรากินแต่ Lollipops กินแต่อมยิ้ม สายไหม ลูกกวาดมากมาย ถึงกินมากจะทำให้ฟันผุ แต่ก็ไม่มีฤทธิ์เป็นสารเสพติดเหมือนกับมารเหล่านี้



ทุกอย่างเกิดขึ้นเพราะ คนเรา "ไม่รู้ว่าตอนว่างๆ ควรทำอะไร" ก็เลยซื้อมาสูบแม่มซะเลย



อีกหนึ่ง อีกหนึ่ง (ยืมคำมู้ดดี้)


ตอนเด็กๆ ความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อน เป็นไปอย่างง่ายๆ น่ารัก ไม่มีความรู้สึกผูกพันลึกซึ้งเกิดขึ้น


แต่พอโตมา กลับกลายเป็นการโรมรันฟัดนัวเนียแบบคนรักไปได้!!!
(ขึ้นกับรสนิยมของเจ้าตัว ว่าจะโรมรันใส่คนต่างเพศ หรือเพศเดียวกัน)






จริงๆ อยากหารูปที่แรงกว่านี้นะ but...


ทั้งนี้ ก็เป็นเพราะเราให้ความสำคัญกับสิ่งใกล้ตัว จับต้องได้ มีผลประโยชน์ เช่น เพื่อน แฟน การยอมรับ หน้าที่การงาน ซึ่งเป็นสิ่งที่เราถูกบังคับให้โหยหา มากกว่าสิ่งไกลตัว สิ่งที่จับต้องไม่ได้ ดูเหมือนไม่มีประโยชน์อันใด เช่น คำสอนทางศาสนา พระคุณพ่อแม่ เมื่อเข้าสู่วัยผู้ใหญ่


และถูกบังคับให้ละทิ้งความเป็นเด็ก ซึ่งถูกมองว่าเป็นความอ่อนแอ คนที่ยังยึดถืออยู่ จะอยู่ในสังคมโลกไม่ได้ (ซึ่งมันก็จริง แต่ยังมีทางแก้)




ตอนเด็กๆ จำเป็นไหม ที่ต้องดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพื่อที่จะเข้าสังคมกับเพื่อน?


ตอนเด็กๆ จำเป็นไหม ที่ต้องสูบบุหรี่ เพื่อลดความเครียด (หรือบางทีก็เพื่อจะได้เข้ากับเพือน)?


และตอนเด็กๆ จำเป็นไหม ที่จะต้อง..(เซ็นเซอร์)...เพื่อที่จะทำให้คนที่เรารัก มีความสุข



ตัวการที่ทำให้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น ก็คือ ความหยาบ (สังขาร) นั่นเอง


ความหยาบทำให้กายหยาบ เช่น ฮอร์โมนที่พุ่งพล่านทำให้เราอยากนัวเนีย
ความหยาบทำให้วาจาหยาบ จากที่พูด อ้อแอ้ๆ โตมาพูดแม่#แต่คำหยาบคาย ด่าพ่อ ล้อแม่ แห่อวัยวะ ฯลฯ

และความหยาบ ทำให้ใจหยาบ จากเด็กทารกบริสุทธิ์ กลับกลายเป็นคนที่อยากกอบโกยไม่สิ้นสุด ยอมได้แม้กระทั่งบั่นทอนร่างกายเพื่อแลกกับการเข้าสังคม



ความหยาบทำให้เราลืมนึกไปว่า กว่าจะมาเป็นตัวเราคนหนึ่งนี้ได้ ต้องผ่านอะไรมาบ้าง


ใครเป็นผู้ที่ทำให้เราเกิดขึ้น เคยนึกถึงความเจ็บปวดของท่านบ้างไหม ตอนให้กำเนิดเราออกมา


ตอนเด็กๆ จำเป็นไหม ที่ต้องมาทำอะไรหยาบๆ เพื่อให้สังคมยอมรับ



ก็เพราะด้วยความหยาบนี่แหละ ที่ทำให้โลกหยาบ และคนที่เกิดต่อๆ มาก็หยาบตาม


ความหยาบ ทำให้เราไม่นึกถึงตัวคนอื่น


จะฆ่าเขา จะโกงเขา จะข่มขืนเขา ไม่เคยนึกหรอกว่า ชีวิตเขาเกิดมาต้องแลกกับอะไรบ้าง


 

น่าเสียดาย ทุกสรรพชีวิตต่างหวงแหนในชีวิตของตน พยายามหนีห่างจากสิงที่ทำให้มันตาย อย่างเห็ดมีพิษ งูมีเขี้ยว เม่นมีหนาม


แต่มนุษย์ ทั้งที่ถูกออกแบบมาให้ฉลาด แต่กลับเลือกสิ่งที่ทำให้เรา ตายเร็วขึ้นทุกๆ ที!!!

และสิ่งที่เลวร้ายที่สุด ที่เกิดขึ้นกับคนที่ไม่รู้ค่าของวัยเด็ก ก็คือ...





แล้วกุญแจที่จะไขปัญหานี้ คืออะไรละ?


...การรักษาพรหมจรรย์ไงครับ


อ้ะๆ พรหมจรรย์ในที่นี้ ไม่ได้หมายความถึง ไม่ให้ถูกเปิดซิงหรืออัดถั่วดำนะ! คำๆ นี้ จขบ. ขอแปลตามหลัก "อาศรม 4" ของศาสนาพรามหณ์-ฮินดู


ซึ่งพรหมจรรย์ ก็หมายถึง "วัยที่ควรศึกษาเล่าเรียน"


ดังนั้น การรักษาพรหมจรรย์ก็คือ การนึกถึงวัยเด็กของเราอยู่เสมอ พยายามรักษาใจที่บริสุทธิ์ของเราไว้เหมือนที่ใจเราเป็นตอนทารก


ดั่งคำคมที่ว่า


"กายหยาบได้ แต่ใจอย่าหยาบตาม"

เพราะ


"Childhood is to remember...not to be forgotten"
 


ก่อนจากกันขอทิ้งท้ายด้วยบทเพลง Qui A le Drios (มีสิทธิ์ไหม) ประพันธ์โดย Patrick Bruel นักร้องชาวฝรั่งเศส ข้บร้องด้วยคณะประสานเสียงเด็กเสียงใสซื้อบริสุทธิ์ Vox Angeli


เพลงนี้มีเนื้อหาเกี่ยวกับเด็กที่อยากจะถามผู้ใหญ่ครับ ถึงเรื่่องนู้นเรื่องนี้ แต่ จขบ. น้ำเสียงของเด็ก เหมือนจะถามผู้ใหญ่ ถึงสิทธิ์ที่ตนเองจะเติบโตตามใจชอบ เป็นผู้ใหญ่ที่บริสุทธิ์เหมือนตอนที่ยังเป็นเด็กๆ ไม่กระโดดหาสิ่งร้ายๆ เหมือนที่ผู้ใหญ่สมัยนี้เขาทำกัน


 
และสุดท้าย...ถึงเวลาซะที




ตั้งแต่วันจันทร์เป็นต้นไป  ที่ จขบ. จะต้องไป

เขาชนไก่!! (ม่ายยยยยยยยยยยยย)

จะไม่ได้กลับมาจนกว่าจะถึงวันศุกร์ครับ


ดังนั้น ขอโชคจงบังเกิดแก่ผมมากๆ นะฮ้าฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟ! Surprised


ราตรีสวัสดิ์!





Comment

Comment:

Tweet