สวัสดีคร้าบบบบบบ!

ไม่ได้กลับมาเล่นเอ็กซ์ทีนนานมาก เป็นเพราะปัญหาอินเทอร์เน็ตนี่แหละครับ สัญญาณตอนเย็น เวลาที่เด็กเรียนว่าง ก็ไม่มีซะงั้น ต้องรอปิดเทอมนี่ละถึงจะได้ใช้เน็ตดีๆ ตอนกลางวันได้ (แต่ก็ไม่แน่ บางวันก็เจ๊งเหมือนกัน)


ในเมื่อเน็ตติด ก็เป็นฤกษ์งามยามดีของ...


      รีวิว
เขาชนไก่!!!!




จริงๆ ก็อยากจะเขียนตั้งแต่กลับจากเขาชนไก่แล้วละครับ แต่พอกลับมาแล้วงานท่วมเลย ไม่ไหวต้องมานั่งเคลียร์ ครั้นว่างงาน เน็ตก็ดันมาไม่ติดอีก!!



ถ้าไม่มีปัญหาเรื่องเน็ตก็น่าจะอัพได้ทันสถานการณ์แล้วละ เพราะเดี๋ยวก็จะหมดห้วงหน้าสนามแล้ว (ม.ค.-ก.พ. เอง ถ้าเลตหน่อยก็อาจจะถึงมีนาอะนะ)


สำหรับชีวิตเด็กผู้ชาย (ส่วนหนึ่ง) เขาชนไก่ก็เป็นเหมือนด่าน หนึ่งของชีวิต ที่ชีวิตหนึ่งต้องมีครั้ง ในขณะหนึ่งก็เป็นเหมือนอุปสรรค ที่จะต้องผ่านไปให้ได้ เพื่อไปให้ถึงฝั่งฝัน นั่นก็คือ การงดเว้นไม่ต้องไปเกณฑ์ทหารในยามปกติ

(แต่หลังจาก ผบ.ทบ. ที่ จขบ. เคยชื่นชมดันอยากเสนอนโยบายให้ รด. ต้องไปเกณฑ์ด้วยก็แทบจะเป็นลม กรูเพิ่งกลับมานะโว้ย ขอให้มตินั้นล้มเลิก ล้มเลิก ล้มเลิกๆๆๆ เพราะข้อเสนอแบบนั้นมีข้อเสียตามมาไม่น้อยเลยนะครับ)


ถึงแม้เขาชนไก่จะได้ชื่อว่าเป็นแหล่งรวมประสบการณ์ที่น่าตื่นเต้นมากๆ ทั้งยิงเป้า เข้าตี ประกอบอาหาร ฯลฯ แต่ทุกอย่างก็เหมือนเหรียญที่มี 2 ด้าน เขาชนไก่ก็มีเรื่องน่ากลัวเหมือนกัน ไหนจะต้องเจอกับความร้อน ความโหด ความลำบาก และการทำโทษต่างๆ นานาที่นักศึกษาฯ แต่ละรุ่นจับมาเล่าและเติมแต่งต่อๆ กันมาจนไอ้ที่น่ากลัวอยู่แล้วก็น่ากลัวมากขึ้น ทำเอาหลายคนไม่อยากจะไปเหมือนกัน


สรุปก็คือ ทุกคนรู้สึกทั้งอยากและไม่อยากไปเขาชนไก่นะแหละ แต่ก็ต้องไป Foot in mouth


ถึงแม้ใจหนึ่งจะไม่อยากไป แต่สุดท้ายวันนั้นก็มาถึงจนได้




14-18 มกราคม คือ (5) วันของผม!
 
เอาละ ไม่พูดพร่ำทำเพลงแล้ว ไปอ่านเรื่องราวของผมกันครับ
 
 
 
 
หมายเหตุ 

1. รีวิวเขาชนไก่จะแบ่งเป็น 3 ตอน จะพยายามลงอาทิตย์ละตอนนะครับ
2. เอ็นทรี่นี้ต้องขออนุญาตใช้คำที่สุภาพน้อยบ้างในบางกรณี เพื่อความเป็นธรรมชาติ แต่คงไม่ถึงกับรับไม่ได้นะครับ







ในที่สุด หลังจากที่ผ่าน 3 ปีอันแสนยากมายาวนาน วันนี้ก็มาถึงสินะ


จำได้ว่าเตรียมข้าวของเยอะเหลือเกิน ลงทุนซื้อล่วงหน้ามาเลย ทั้งเป้สนาม สายโยง กระติก ฯลฯ ไปซื้อที่ศูนย์ฝึกเลยครับตอนเรียนช่วง มิ.ย.-พ.ย.

ยัดใส่กระเป๋านักเรียนเลยครับ


แต่สุดท้าย....โรงเรียนก็รับซื้อให้อยู่ดี (โค้งสุดท้ายด้วยนะ) Foot in mouthFoot in mouth

แล้วกรูจะเหนื่อยทำไมละเนี่ย Tongue out


แต่ถ้าเทียบกันแล้ว ของที่ผมซื้อมาคุ้มกว่าอยู่ดี กระเป๋าก็ใหญ่กว่า ของที่ รร. ซื้อเหมือนเป้นักเรียนที่มีช่องใส่ของหลายช่องเท่านั้นเอง (แต่สีดำ เท่กว่าผมมาก)


2 วันสุดท้าย....


ไปซื้อชุด รด. ตัวใหม่ทั้งชุดไว้ใส่ขากลับ ชื่อต้องรอวันอาทิตย์

วันๆ ไม่ไปไหน นั่งจัดกระเป๋าซ้ำแล้วซ้ำเล่า ของที่จัดครั้งแรกก็เอาออกมาจัดใหม่ 2-3 ที เพราะมีทั้งชุดฝึก ชุดใน ผ้าเช็ดตัว ผ้าขาวม้า อุปกรณ์อาบน้ำ (ขันเล็ก สบู่ แชมพูขวดเล็กๆ ยา+แปรงสีฟัน) รวมถึงหยูกยา และอุปกรณ์จิปาถะอื่นๆ เช่น เข็มเย็บผ้า ไม้หนีบ ซึ่งรวมๆ แล้วมันหนักมาก


แล้วไอ้ตัวการก็คือ...ชุดฝึกกับผ้าเช็ดตัว!!!



ไม่หนักแต่หนา!! ทำเอาของอื่นๆ ยัดเข้าไม่ลง

ชุดสำรองเอาไป 5 ตัว (ของเก่า 1 โรงเรียน 3 ใส่อยู่ 1) แต่ไปถึงที่ค่ายแจกอีก 1 O=O!


ส่วนถุงนอนต้องแขวนไว้กับหูหิ้ว ข้างในมีกางเกงในกับรองเท้าแตะ


เอ่อ ถ้าให้พูดเรื่องของที่เอาไป วันนี้คงไม่จบอ้ะ


นอกจากข้าวของแล้ว ก็ต้องมานั่งเย็บเครื่องหมายเข้ากับเสื้อตัวใหม่ ใช้เวลาไปทั้งบ่ายเลย


1 วันสุดท้าย


วันนี้เริ่มกลับมาเล่นเฟสอีกรอบ เพื่อปรึกษากับเพื่อนๆ ว่าจะเอา/ไม่เอาอะไรไปมั่ง

ประมาณบ่ายๆ ก็ไปรับป้ายชื่อ กลับมาก็มาช่วยกันเย็บ หกโมงเย็นก็เสร็จ



สองทุ่ม-สี่ทุ่ม จัดของเสร็จแล้ว ชุดที่จะใส่แขวนเตรียมไว้เรียบร้อย ขัดหัวเข็มขัด ขัดรองเท้าคอมแบต

ช่วงเวลาทำใจ นั่งเล่นเฟสคุยกับเพื่อนอีกรอบ ถามว่าเอาอะไรไปมั่ง เปิดโหวตด้วยว่าเอาอะไรไป


สุดท้ายก็เอาเข็มกับด้ายไป และที่ขาดไม่ได้ก็คือ...



...ผ้าอนามัย!!!


ต้องขออภัยคุณสุภาพสตรีด้วย ที่ต้องเอ่ยคำๆ นี้ในสถานการณ์ที่ไม่สุภาพ

แต่ผ้าอนามัยได้กลายเป็นสิ่งจำเป็นไปซะแล้ว สำหรับชีวิต รด.  เนื่องจากเป็นของหาง่ายที่เหมาะสมจะนำมารองคอมแบต จึงเป็นที่นิยมสำหรับคุณผู้ชายที่จะไปฝึกเป็นอย่างมาก


จขบ. ก็ลังเลเหมือนกันว่าจะเอาไปดีหรือไม่ดี มีข่าวว่าทหารจะตรวจด้วย แต่สุดท้ายก็เอาไป โดยซ่อนไว้ในถุงนอน แทรกไปกับรอยพับนั่นแหละ (เอาไปกี่อันเดี๋ยวจะเฉลยทีหลัง ซึ่งสร้างความเสียใจให้กับ จขบ. ในภายหลังอย่างมาก)


และสุดท้าย ประมาณ 4 ทุ่มครึ่งก็....เข้านอน


...รอวันพิพากษา





 
วันแรก - 14 มกราคม 2555



ตื่นประมาณตี 4 ครึ่งเพื่อมาอาบน้ำ แต่งตัว


เกือบจะได้ไปทันอยู่แล้ว แต่มาช้าตรงที่ต้องใส่ผ้าอนามัยรองรองเท้าเนี่ย


ตอนแรก จขบ. เกิดอาการโง่ชิบ จขบ. นึกว่า 1 ซองมี 2 ชิ้น วันนึงจะได้ใช้แค่ซองเดียว


แต่ปรากฏว่า...1 ซองมีแค่ชิ้นเดียว

โอ๊ย!!! โง่บรรลัย!


และ จขบ. ก็เอาไปแค่ 5 ชิ้น (แต่ตอนหลังหาย 1)

ก็หมายความว่า ผ้าอนามัย 2 ชิ้น จขบ. ต้องทนใส่ไปประมาณ 2 วัน


สายแล้ว! สายแล้ว! ออกจากบ้านประมาณตี 5 สิบห้า ช้ามากๆ


ยิ่งต้องซื้อยาแก้หวัดเผื่อเป็นอีกก็ปาไปสิบนาที



ไปถึงสวนเจ้าเชตุประมาณ 6 โมงนิดๆ ครับ ใจยิ่งเต้นตุบตับ เพราะโทร.หาเพื่อน (ชาร์จมาเต็มร้อย) เพื่อนบอกว่าเดี๋ยวจะออกแล้ว ไอ้เราก็ไม่อยากตกรถจึงเร่งให้ไฟแดงแม่มเขียวเร็วๆ


ลงจากรถหน้าประตูสวนเจ้าเชตุเลยครับ มีทหารยามยืนอยู่ พ่อก็ช่วยเราสะพานของ แล้วเราก็แบกของลุยเข้าไปในศูนย์ฯ เลย

ตอนนั้นสวนเจ้าเชตุฯ ให้อารมณ์น่ากลัวมากครับ ฟ้ายังมืดๆ อยู่ ไอ้เราก็ไม่เคยรู้ว่าหน้าตาข้างในของสวนเจ้าเชตุเป็นยังไงด้วย

แต่ก็กลัวไม่นานครับ เข้าไปเจอพระบรมรูป ร.6 ก็เห็นพวกปี 2 ปี 3 ร่วมผลัดกำลังนั่งเป็นแถวอยู่ เราก็ทำความเคารพและเดินอ้อมไป เจอทหาร ทหารถามว่าปีไหน ผมตอบปี 3 เขาก็บอกให้เราไปนั่งตรงนั้นๆ


ไปถึงก็เจอเพื่อนครับ แต่ไม่ใช่เพื่อนสนิท เฮ้อ...เสียดายจริงๆ ถ้าเรารีบเตรียมตัวเร็วกว่านี้ก็อาจมาทันได้นั่งกับเพื่อน

15 นาทีต่อมา หลังจากทหารสั่งให้ติดเข็มขัด สายโยงเป้ ฯลฯ เรียบร้อยแล้ว ทหารก็บอกว่า รถจะออกแล้ว ให้เวลา 5 นาทีในการไปเข้าห้องน้ำ ทำธุระ

ในระหว่างนั้น จขบ. ก็ปวดอึขึ้นมา ปวดมาก ทั้งที่เมื่อคืนก็ทำธุระมาเรียบร้อยแล้ว

ใจหนึ่งก็อยากอึ แต่อีกใจหนึ่งก็กลัวไม่ทัน แต่สุดท้ายก็รีบวิ่งไปเข้าห้องน้ำ

แต่พอถึงห้องน้ำ อาการปวดก็หาย ไม่รู้สึกอยากจะอึแล้ว (ไรแว้?)



ขากลับก็แวะซื้อไฟฉายที่ทหารเขาเอามาขาย เพราะกลัวว่าที่เตรียมมาจะแบตหมด แถมใช้ไม่สะดวกด้วย (เป็นไฟฉายเล็กๆ มีสองด้าน อีกด้านไว้ส่องแบงค์) ทหารเขาเตรียมมาขายเยอะแยะเลยครับ มีเครื่องสนามด้วย คงไว้ขายพวกที่ลืม เสียดายไม่เห็นผ้าอนามัย จะซื้อเพิ่มซะหน่อย


หมายเหตุ: คุณพ่อให้ตังค์มา 1000 นึงครับ เป็นแบงค์ร้อย มี 20, 50 บ้าง



สุดท้ายก็ขึ้นรถครับ จขบ. ได้นั่งคันที่ 3 เป็นรถเช่าจากข้างนอก ได้นั่งกับเพื่อนต่างห้อง นอกนั้นไม่แน่ใจว่าโรงเรียนอื่นรึเปล่า แต่เสียดายที่เป้สนามต้องเอาไปใส่ช่องข้างล่างครับ ของที่คิดจะหยิบระหว่างทางก็ไม่ได้หยิบ เซ็งเลย

สักพักก็มีทหารขึ้นมาบอกให้นับจำนวนครับ แต่แกก็ลงไปอีก พวกหลังๆ ก็เลยนับแบบไม่เต็มใจ สุดท้ายผมก็ไม่รู้ว่าเรามีกันกี่คน


หลังจากนั้นแกก็ขึ้นมาอีก และเตือนว่าห้ามเปิดหน้าต่าง มันเปิดนิดๆ อย่างนั้นให้ปล่อยมันไป เพราะเป็นกฎจากทางการ รถคันไหนฝ่าฝืนทหารที่ประจำอยู่ติดคุกทหารแน่นอน (น่ากลัวเนอะ แต่จริงมั้ยไม่แน่ เราก็ไม่อยากให้แกเดือดร้อนเลยไม่เปิด จริงๆ ก็คงไม่มีใครกล้าเปิดหรอกครับ)


แล้วประมาณ 6.20 รถก็ออกครับ


และแล้ว...การเดินทางก็เริ่มขึ้น






ระหว่างทาง ผมก็ได้ยินทหารคุยกับคุณป้าที่อาจเป็นเมียคนขับพูดกันเรื่องรถ เห็นว่าทหารสั่งไม่ให้สตาร์ทรถรอทั้งที่จริงๆ ต้องสตาร์ทก่อนเพื่อเป็นการอุ่นเครื่อง มาเปิดตอนเด็กขึ้นกันหมดแล้วก็ต้องรอ เสียเวลา อะไรไม่รู้


 
(จากนี้ไปผมข