[Diary] หนึ่งวันกับ Logos Hope

posted on 08 Mar 2013 19:19 by pigwidgeon in Diary directory Travel, Diary
สวัสดีคร้าบบบบ!

ปกติ อาทิตย์นี้ผมต้องลงรีวิว KhaoChonKai ภาค 2 ตามที่บอกไว้ล่วงหน้า

แต่วันนี้มีเรื่องด่วนที่สำคัญกว่า

นั่นก็คือ....





เจ้าของบล็อกได้ไป

LOGOS HOPE

เรือเดินสมุดที่ใหญ่ที่สุดในโลก!


จขบ. เขียนไม่ผิดหรอกครับ

ก็เรือ Logos มันขนห้องสมุดมาให้ถึงที่!!!






เมื่อวานนี้เอง เจ้าของบล็อกได้ไปเที่ยวเผาชม เรือ Logos Hope เรือเดินสมุทรในเครือ GBAships ของ OM Ships International ที่เดินสมุดไปทั่วโลก เพื่อจำหน่ายหนังสือคุณภาพจากโลกตะวันตกในราคาย่อมเยา ขณะเดียวกันก็ทำกิจกรรมจิตอาสา ช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ตามประเทศต่างๆ ที่แวะไปอีกด้วย


โดยเรือลำนี้มีหนังสือกว่า 450,000 เล่ม ใน 5,000 กว่าสาขา พร้อมด้วยลูกเรืออาสาสมัครกว่า 450 ชีวิตจาก 45 ประเทศทั่่วโลก ที่พร้อมจะทำหน้าที่เพื่อมวลมนุษย์

โดยลูกเรือเหล่านี้เป็นอาสาสมัครจริงๆ จัดโดย OM มีสมาชิกภาพ 2 ปี และเชื่อได้เลยว่าทำงานเพราะมีจิตอาสาจริงๆ เพราะพวกเขาเหล่านี้แม้แต่กัปตันเรือล้วนไม่ได้ค่าจ้างเลยทั้งสิ้น!


องค์กรนี้ดำเนินงานมากว่า 40 ปีแล้วครับ ตั้งแต่ปี 1970 มาจนถึงวันนี้ ปี 2013 ก็ 43 ปีแล้ว ที่ผ่านมามีเรือที่ทำหน้าที่นี้มาแล้ว 3 ลำ คือ Logos, Doulos, Logos II น่าชื่นชมจริงๆ ครับสำหรับกิจกรรมขององค์กรนี้


กลับมาที่เรื่องของเรา


เหตุที่ จขบ. ลงตัดหน้าเขาชนไก่ก่อนก็เพราะว่า เรือลำนี้จะอยู่กับพวกท่านได้อีกไม่กี่วันแล้วละครับ เพราะ---เพราะ---เพราะ---วันที่ 12 มีนาคมนี้ เราก็จะแล่นออกจากท่าเรือคลองเตย มุ่งสู่จุดหมายปลายทางต่อไป นั่นคือ "ฮ่องกง"

จากกำหนดการเดิมที่เรือลำนี้จะมาจอดจุ้มปุ๊กอยู่ในแม่น้ำเจ้าพระยาก็คือ 21 ก.พ. - 11 มี.ค. ดังนั้นมันจึงเป็นหน้าที่ของ จขบ. ที่จะต้องนำเรื่องดีๆ นี้มาแชร์ เผื่อคนที่ยังไม่ได้ไปเกิดสนใจ จะได้ไป โอกาสที่จะมีเรือร้านหนังสือลอยน้ำจากประเทศชั้นนำด้านหนังสือจะมาประเทศไทยนั้นไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยๆ หากมีโอกาสและมีกะตังค์ก็น่าจะไปสักครั้งนึงในชีวิต




เพื่อไม่ให้เสียเวลา จขบ. จะนำพาท่านผู้อ่านที่รักทุกคน ล่องไปกับข้าพเจ้า สู่เรือ Logos กันเลยครับ



เอ็นทรี่นี้จะ(พยายาม)นำเสนอภาพให้มากกว่ารูปนะครับ จะได้ไม่เบื่อ (เหมือนอันที่แล้ว Laughing)


ปล. เรือมันอาจจะไม่ได้ใหญ่ที่สุดโลก แต่ จขบ. ก็เขียนไป เพราะมันเป็น--ฟีล--ลิ่ง Embarassed




 


เรือ Logos Hope ตั้งอยู่ที่่การท่าเรือแห่งประเทศไทย หรือที่ชาวบ้านเรียกกันติดปากว่า "ท่าเรือคลองเตย" ครับ

วิธีการเดินทาง ถ้าขึ้นทางด่วนก็ให้ลงด่าน "ท่าเรือ" หรือถ้าเป็นรถเมล์ก็แนะนำให้นั่งสาย 4, 47 หรือ 72, (ถ้าผิดก็แย้งได้นะ จขบ. ไม่ใช่หมอพิชญ์)

เมื่อไปถึง เรือก็มีสภาพเป็นแบบนี้




พนักงานเก็บเงินก็เป็นชาว Logos

ใจดีมากให้ถ่ายรูปด้วย (ทุกคนเลย)



ค่าผ่านประตูตามป้ายนะจ๊ะ

ชื่อเรือ Logos มีที่มา

Logos ในภาษากรีกนั้นแปลว่า "ถ้อยคำ" ส่วน Hope ก็แปลตรงตัว "ความหวัง" ดังนั้นเรือลำนี้ Logos Hope ก็เปรียบเสมือนเรือที่นำความหวังไปสู่ผู้คนตามที่ต่างๆ ผ่าน "สื่อแห่งถ้อยคำ" นั่นก็คือ "หนังสือ" นั่นเอง


นับว่าเป็นโอกาสดีที่ Logos Hope มาเยือนไทยในปี 2556 เนื่องจากปีนี้กรุงเทพมหานครได้รับการแต่งตั้ง สถาปนา ปราบดา ยกยอปอปั้นให้เป็น "เมืองหนังสือโลก ปี 2556" นั่นเอง





แผนที่่การเดินทาง




หลังจากเสียเงิน 20 บาทเพื่อมนุษยชาติแล้ว ก็ได้เวลาออกเรือครับ!






ตั๋วของผมครับ

ดีที่ถ่ายไว้ก่อน พอขึ้นไปโดนเขาเก็บไว้ครับ



ทันทีที่เราเข้าไป เราก็ได้พบกับ...








เจ้าหน้าที่จากเมืองไทยกับอาสาสมัครผู้หญิง

ชื่อนางจำได้ขึ้นใจครับ --- Emma from Brazil  (กรุณาออกเสียงกระแดะ)

ผู้ชายก็เอาแต่พูด ส่วนผู้หญิงก็ส่ายไปส่ายมา เลยถ่ายไม่สวยเลย


เธอคนนี้ยังเสนอขายนิทาน Cinderella ให้แก่เด็กชายอายุ 18

ขอโทษครับ ผม 18 แล้ว อย่างผมต้อง Skins หรือ Vampire Diaries แล้วละครับ Undecided



และที่ตรงนี้ ก่อนจะเข้าไปลุยแหลก เขาจะมีการแนะนำเรือ LH (ไม่ใช่ Land&House) การเข้าชม รวมถึงการใช้สกุลเงินซื้อหนังสือของเขาด้วย เนื่องจากแต่ละประเทศและเขตการปกครองพิเศษมีสกุลเงินใช้ไม่เหมือนกัน ทำให้การแลกเปลี่ยนสกุลเงินไม่เท่ากันด้วย

ดังนั้น ทางเรือเลยกำหนดหน่วยเงินเป็น UNIT (อ่านว่า หยู้...หนิตฺ) เพื่อเป็นมาตรฐานเดียวกันทั่วโลก หรืออีกนัยหนึ่ง ก็เพื่อไม่ให้ลูกเรือต้องมานั่งแปะบาร์โค้ดใหม่ในทุกๆ ที่ที่ไปนั่่นเอง


โดย...

100 UNIT = 80 BAHT

อ่านว่า "หร็อยยู้หนิต เถากั๊บ แปด-ซิบ บาท"





ถ้าเข้าใจแล้ว ไปดูกันต่อเลยครับ




สภาพห้องเคบิน น่าอยู่มาก อยากเอามาทำเป็นห้องนอนที่บ้าน




Timeline แสดงประวัติความเป็นมาของโครงการนี้ บอกว่ามี Logos กี่ลำแล้วบ้าง

ไปที่ไหน และทำอะไรมาแล้วบ้าง



หลังจากนั้นก็เข้าสู่โซนร้านหนังสือครับ (กินเวลา 3/4 ของทริปวันนี้เลยครับ)




แต่น แตน แต๊นนนนนนนนนนนนนน!






โซนหนังสือนิยาย วรรณกรรมผู้ใหญ่

(น่าเสียดายไม่มีแนว Y หรือแบบ Casual Vacancy Embarassed)





ฮั่นแน่! มีหนังสือไทยมาร่วมแจมด้วย


หนังสือประเภทแรกที่คุณเข้าไปพบ ด้านซ้ายจะเป็นวรรณกรรมสำหรับเด็กวัยประถม ที่เห็นก็มี Bedtime Stories ที่เอาหนังมาเขียน และก็มีของดิสนีย์อย่าง Cinderella

ส่วนด้านขวาจะเป็นหนังสือสำหรับผู้ใหญ่ มีทั้งนิยายและคู่มือการใช้ชีวิตในด้านต่างๆ


ต่อมาก็จะเป็นหนังสือภาพ มีทั้งหนังสือภูมิศาสตร์ World Atlas การท่องเที่ยว เมืองต่างๆ รวมถึงหนังสือภาพทางวิทยาศาสตร์อย่าง Astronomy และ Natural Disaster ด้วย (แต่ก็ไม่ค่อยมีแนวที่สนใจเท่าไร)

ที่สำคัญ มีคู่มือภาษา พจนานุกรมด้วยนะ




ต้องนับถือสปิริตของผู้ชายคนนี้จริงๆ

ได้รับบาดเจ็บที่ขายังมาเดินร้านหนังสือลอยน้ำแห่งนี้


ต่อจากโซนนั้นก็จะเป็นโซนซีดีเพลง ของเล่นเด็ก และ...


...ของที่ระลึก!!



 


ของที่ระลึกก็จะมี
 
  • เรือจำลอง เป็นหนังสือพับเล็กๆ กางออกมาเป็นโมเดล 150 UNITS
  • Booklet เกี่ยวกับ Logos Hope 100 UNITS
  • โปสเตอร์รูปเรือกลางแสงสนธยา สนนราคาที่ 150 UNITS
  • แก้วมัค 300 มั้ง
  • แก้วทับกระดาษภายในมีเรือ 3 มิติ 400 UNITS (แพงสัส)
  • หมวก 300 UNITS
  • สายรัดข้อมือ (เดี๋ยวนี้ไม่ค่อยฮิตแล้ว) 50 UNITS
  • โปสการ์ด น่าจะใบละ 50
  • กรอบรูป มีภาพเรือ น่าจะ 100-300 UNITS
  • เข็มกลัด พวงกุญแจ อันละ 40-50 UNITS

    และอื่นๆ อีกมากมาย

นี่แหละโซนที่ทำเจ้าของบล็อกเสียเงินและโอกาสซื้อหนังสือดีๆ มากที่สุด จขบ. ซื้อหมวก โมเดล โปสเตอร์ เข็มกลัดและพวงกุญแจมา รวมๆ ก็เสียประมาณ 700 UNITS 



โซนซีดีเพลงและหนังจ้าาาาา!

นอกจากนี้ยังมีโซนที่สำคัญมากกกกกกกกกกก! นั่นก็คือ...


โซนหนังสือศาสนา!

ต้องเข้าใจว่า ประเทศที่ Logos ไป ส่วนใหญ่เป็นประเทศที่นับถือคริสต์ศาสนา การมีโซนที่อุทิศส่วนหนึ่งของเรือให้เป็นโซนหนังสือคริสต์จึงไม่น่าแปลกอะไร

เพราะจุดประสงค์ใหญ่ของ Logos ส่วนหนึ่งก็เพื่อเผยแผ่คริสต์ศาสนา มีทั้งหนังสือคริสต์ การ์ตูนป๊อปอัพสอนไบเบิลสำหรับเด็ก แถมทั้งลำยังเปิดเพลงคริสต์อีกด้วย

การได้มาเรือลำนี้ได้เห็นหนังสือสอนศาสนาของเขาก็เป็นประสบการณ์เหมือนกันนะ อยู่เมืองไทยไม่เคยเห็นหนังสือแบบนี้



หนังสือเด็กอีกครั้ง เป็นวัยรุ่นขึ้นมาหน่อย

อยู่ก่อนถึงแคชเชียร์


และสุดท้ายเราก็มาถึงแคชเชียร์

 

ถึงตรงนี้ใครขาดตกอะไรไม่ต้องกระวีกระวาด ถ้าเป็นของสะสมเล็กๆ ที่นี่มีขาย

ตรงนี้ถ้าใครบริจาค 20 บาทก็จะได้โมเดล Logos เล็กๆ ไปด้วยครับ แต่เล็กกว่าอันที่ซื้อ 150 นะครับ ย้ำ!

นอกจากนี้ถ้าใครต้องการถุงผ้าเขาก็มีให้ ราคาเพียงถุงละ 40 บาทเท่านั้น



หมายเหตุ

ถึงตรงนี้ คุณจะพบว่า คุณไม่น่าซื้อของมาเยอะ(และหนัก)เลย เพราะถุง...เป็นพลาสติก!

ที่แย่ยิ่งกว่านั้นก็คือ...ถุงมันบางมาก ใส่กี่ชั้นก็ยังขาดครับ


เพราะฉะนั้นเสียตังค์ซื้อถุงผ้าเพิ่มในราคา 40 บาท/ถุงดีกว่านะครับ เดี๋ยวไปหล่นเผละกลางทางอย่าหาว่าผมไม่เตือนนะ


 



ผ่านแคชเชียร์ไป ก็มาถึงโซนของตำราเรียนครับ เป็นตำราชั้นดีจากต่างประเทศ

ถ้าซื้อที่ศูนย์หนังสือจุฬาฯ คงแพงทีเดียว แต่ที่นี่มีโปรโมชัน...


...ซื้อ 3 เล่มแถมถุงผ้า ในราคา 400 บาท


โอ๊ย! คุ้มยิ่งกว่าคุ้ม


แต่ส่วนใหญ่จะเป็นหนังสือพวก Marketing, Accounting, Human Communication  หรือ Psychology ซึ่งเด็กวิทย์ส่วนใหญ่จะร้องยี้ มีเพียงส่วนน้อยที่เข้าตาเรา เช่น Calculus  หรือ Engineering ก็มี แต่เล่มหนามาก โดยเฉพาะเล่มที่เขียนว่า Statics & Dynamics นี่หนากว่าแฮร์รี่เล่ม 5 แถมหนักกว่า 10 เท่าด้วย



หลังจากซื้อของในส่วนหลังแคชเชียร์แล้ว เราก็เข้าสู่โซนของ Journey of Life เป็นเรื่องของผู้ชายคนหนึ่งที่มีพ่อกับพี่ชายคนหนึ่ง เขาได้เงินจากพ่อแต่เอาไปใช้ในทางผิด แทนที่จะทำนาสุจริตกับพี่ น้องกลับเอาไปเที่ยวในเมือง จนสุดท้ายหมดตัว

เรื่องราวจะเป็นอย่างไร ต้องไปติดตามกันเอาเองครับ


ปล. พี่ชายหน้าเหมือน Severus Snape สัสๆ ครับ




เมื่อผ่านพ้นทางเดินของ Journey of Life แล้ว จะเจอ Theater ฉายวิดีโอกิจกรรมจิตอาสาที่ Logos Hope ทำให้กับคนทั่วโลกทุกประเทศที่เดินผ่าน แต่รู้สึกจะฉายประเทศเดียว


และสุดท้ายเราก็มาถึง...



INTERNATIONAL CAFÉ!



วิ้งๆ

 

ขอต้อนรับสู่ INTER CAFÉ ที่ที่ผู้มีเกียรติทุกคนจะได้อิ่มหนำไปกับของหวานเลิศรส อาทิ วัฟเฟิลไม้ ไอศกรีมสองสี แลัะเครื่องดื่มเย็นๆ วัสดุทุกชนิดอิมพอร์ตจากแดนไกล!



บรรยากาศการทำงานของลูกเรือ ในชุดเมดและบัตเลอร์สุดเซ็กซี่ (ไม่ใช่ละ)

นอกจากนี้ คุณยังมีโอกาสได้พูดคุยกับลูกเรือของ Logos ที่พร้อมจะรับฟังคุณ หรือพูดกับคุณทุกเรื่องที่เกี่ยวกับเรือ หรือเรื่องอื่นๆ คุณสามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับคุณ คู่สนทนาของคุณ และโลก รวมถึงแฉความเลวร้ายของสังคมให้เขาหรือเธอได้ (ส่วนใหญ่เป็นเธอ) ถ้าคุณกล้าพอ






ไอศกรีมสองสีแสนอร่อย ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยกินมา สนนราคา 50 บาทครับ

ข้างหลังเป็นศิลปะแบบ Polynesia จากเกาะกลาง ม. แปซิฟิก




วัฟเฟิลไม้ ก่อนกินต้องโรยน้ำตาลไอซิ่งก่อน มีรสเลมอนนิดๆ

หลังจากอิ่มหนำสำราญกันสัก 30 นาที ก็ถึงเวลาบอกว่าเรือลำนี้ละครับ


ตามสไตล์ของผม คงต้องบอกลาด้วย....


.

.

.

.


...ห้องน้ำสิครับ



ได้เห็นเป็นบุญตาแล้วละครับ

ห้องน้ำบนเรือนี่ช่างเล็กได้ขนาดไปกับเรือเสียนี่กระไร

 

และสุดท้ายก็ถึงเวลาที่ต้องกล่าวลา



หนังสือ(แจก)ฟรี!




ทางเดินขึ้นข้างบน ก่อนออกไปครับ

ว้าว! นี่ต้องขึ้นไปสู่ห้องนอนของลูกเรือแน่เลยครับ


 

สุดท้ายจริงๆ แล้วนะ

 




Good bye ~ Logos Hope ยามเย็น

 


จะไม่ลืมทุกความทรงจำที่มีบนเรือลำนี้นะครับ Tongue out




จบแล้วครับสำหรับการเดินทางในวันนี้


ใครที่คิดว่า จขบ. มาช็อปหนังสือภาษาอังกฤษแล้วไม่ได้พูดภาษาอังกฤษละก็ ลืมไปได้เลยครับ ผมก็พูดกับลูกเรือบางคนเป็นภาษาอังกฤษเหมือนกันนะ


ส่วนใหญ่ก็....Say CHEASEEEEEEEEEEEEE


555 ไม่หรอก ก็มีถามเหมือนกันว่าทำยังไงถึงจะเป็นลูกเรือที่นี่ เขาก็บอกว่าติดต่อ OM ซึ่งก็คือหน่วยงานที่รับผิดชอบการเดินเรือลำนี้





สุดท้าย ก่อนจากกัน


เขาว่ากันว่า ทุกการเดินทางย่อมมีทั้งข้อดีข้อเสีย

ข้อดีผมได้สอดแทรกไปในทุกคำทุกประโยคข้างต้นแล้วละครับ ต่อจากนี้เป็นการแจกแจงข้อเสียเพียงอย่างเดียว และเพื่อไม่ให้เป็นการลำเอียง ก็จะมีทั้งข้อเสียของทั้ง 2 ฝ่ายละครับ

Logos House...

  • ถุงพลาสติก ร้านหนังสือเดินเรือที่เดินทางไปทั่วโลกด้วยปณิธานสูงส่งควรจะสนับสนุนเรื่องการรณรงค์ด้านการลดภาวะโลกร้อน อย่างการลดการใช้ถุงพลาสติกด้วยการใช้ถุงผ้าใหญ่ๆ หนาๆ ใส่ของแทน (โดยไม่คิดตังค์) อีกอย่าง ถุงของคุณก็บางเสียเหลือเกิน ของแบบนี้บอกถึงประเทศผู้รับผิดชอบเรือลำนี้ได้ ว่าไม่ใส่ใจเรื่องลูกค้าที่ต้องหิ้วของด้วยความลำบาก เว้นแต่ถุงจะผลิตในจีน หรือบริษัทปิโตรเลียมที่ถือหุ้นหรือสนับสนุนการเดินเรือครั้งนี้

 
ส่วนคนไทยที่มาเข้าชม...

  • พอทีได้ไหมเรื่องมารยาททรามๆ ยุคหลังการเข้าสู่โลกาภิวัฒน์ของประเทศชาติเนี่ย เปลี่ยนแปลงตัวเองซะบ้าง นี่เรือของชาวต่างชาตินะ ยังมากินทิ้งกินขว้าง เหลือไว้เกลื่อนกลาดน่าเกลียดบนโต๊ะอาหาร บนถาด ของซื้อมาแพงๆ ยังไม่เสียดายของ ลำบากลูกเรือผู้หญิงคนหนึ่งที่อุตส่าห์อาสามาทำงานด้วยความสมัครใจ ดันต้องมาเจอกับนิสัยมักง่ายของเรา ถ้าเขาเอาไปเม้าท์ที่บ้านเกิดของตัวเองจะว่ายังไง ปากก็บอกว่ารักชาติ รักสถาบันฯ อยากให้ต่างชาติมองว่าเราเจริญ แต่ไปทำตัวแย่ๆ ให้เขาเขม่นประเทศเรา เฮ้อ! เหนื่อยใจ


 



และแล้วก็หมดลงสำหรับวันนี้ เป็นอย่างไรบ้างครับ อ่านแล้วอยากไปมั้ย?


ถ้าอยากไป ต้องรีบไปนะครับ 11 มีนาฯ นี้วันสุดท้ายแล้ว!



สำหรับวันนี้ต้องขอลาไปก่อน แล้วจะมารับใช้ทุกคนด้วยไดอารี่รีวิวใหม่นะครับ!



ADIOS ~

 

Comment

Comment:

Tweet

เรื่องของคนไทยเป็นนิสัยที่แก้กันไม่หายจริงล่ะครับ เค้าเรียกสันดานป่าวหว่า? sad smile  มันก็ต้องมีบางส่วนที่เป็นกันแบบนั้นแหละครับ สังคมเรามันกว้าง แต่ถ้าผมเป็นต่างชาตินี่..ก็ไม่ไหวจริงแหละ ...เมาท์เรื่องนี้กัน กระจาย! 55 big smile

#2 By Gomz on 2013-03-08 21:55

พี่เนี่ย...ขาดห้องน้ำไม่ได้เลยนะ 555 confused smile confused smile

#1 By Gomz on 2013-03-08 21:48