[Trailer Review] Percy Jackson: Sea of Monsters

posted on 12 Apr 2013 12:04 by pigwidgeon in Movie directory Entertainment
Note: จริงๆ เอ็นทรี่นี้ควรจะได้โพสต์ตั้งแต่ตอน ตย. เข้าใหม่ๆ แล้ว แต่มีปัญหาเรื่องเน็ต
หวังว่ากระแสคงจะยังไม่ตกนะครับ =0=" 
 
และแล้ว ในที่สุด
 
 
หนังที่กระผม รวมถึงชนผู้หลงใหลในตำนานกรีก นิสิตอักษรฯ และมนุษย์กึ่งเทพ เกรียนเทพ และไม่เทพทั้งหลายทั้งปวง....
 


....ก็คลอด Trailer ออกมาซะที! 
 
 
 
 
 
Percy Jackson
_____________ 

Sea of (Little) Monsters!
 
 
 
 
 
ถ้าใครได้ติดตามมาตั้งแต่ภาคแรก จะพบว่า เป็นเวลาหลายกัปกัลป์แล้ว ที่ภาพยนตร์ Percy Jackson ปิดข่าวเงียบ ไม่บอกว่าเกิดอะไรขึ้น 
 
ต้องขอบคุณในความช่วยเหลือของเหล่าแซเทอร์และนางไม้ รวมถึงมนุษย์กึ่งเทพหลายคน ที่คอยลอบนำข่าววงในและรูปภาพ มาแชร์ในอินเทอร์เน็ตและ Youtube กันเยอะเหลือเกิน แม้จะต้องเสี่ยงจากการถูกอสุรกายสอดแนมผ่านสัญญาณ 3G ก็ตามที
 
 
แต่สงสัยว่าจะมีฝ่ายที่ไม่หวังดี เอาคลิปปลอม คลิปหลอก และรูปแฟนอาร์ตมั่วๆ มาปล่อย ให้มนุษย์ธรรมดาอย่างเราๆ ตายใจ อาจเป็นอสุรกาย หรือมนุษย์กึ่งเทพฝ่ายลุค (อุ๊บ! สปอยล์รึเปล่า) ที่ทำแบบนี้
 
 
 
แต่ที่แน่ๆ คือ รายชื่อนักแสดงและทีมงานต่างๆ ทั้ง Logan Lerman (Percy), Alexandra Daddario (Annabeth) Brandon T. Jackson (Grover) และอีกหลายๆ คน กลับมาครบ
 
แต่ก็มีนักแสดงใหม่ๆ เข้ามาสมทบ บ้างก็มารับบทบาทใหม่ อาทิ Douglas Smith (Tyson), Leven Rambin (Clarisse) แต่ก็มีบ้างก็เปลี่ยนคนแสดง เช่น Anthony Head (Chiron), Stanley Tucci จาก the Hunger Games มารับบท Dionysus และ Nathan Fillion (Hermes)
 
 
และที่ประหลาดใจที่สุดก็คือ การสละตำแหน่งผู้กำกับแห่งโอลิมปัส Chris Columbus ที่เคยสร้างความประทับใจให้กับ Harry Potter สองภาคแรก แต่กลับต้องมาสร้างความผิดหวังให้แก่แฟนๆ มนุษย์กึ่งเทพหลังจาก PJ เวอร์ชันแก "ล้มไม่เป็นท่า" เลยขอเป็นแค่สารถี กุมบังเหียน Production และให้ Thor Freudenthal นั่งแท่นกำกับแทน
 
 
Thor สำหรับคนไทย (ถ้าไม่พิเรนท์ไปเชื่อมโยงกับเทพเจ้าสายฟ้าละก็) คงไม่รู้จัก แต่ถ้าเอ่ยชื่อหนังเด็กอย่าง Diary of a Wimpy Kids ที่สร้างจากการ์ตูนชื่อเดียวกันแล้วละก็ ใครที่ได้ดูก็คงร้อง "อ๋อ!" แน่นอน
 
 
 
แต่วันนี้ผมไม่ได้มาคุยเรื่อง Production ทั้งหมดของ PJ นะ
 
วันนี้เราจะมาสับตัวอย่างภาพยนตร์อันใหม่ให้เละกัน!
 
 
 
ใครที่ยังไม่ได้ดูหนัง หรือยังไม่ได้อ่าน PJ เล่มสองหรือแม้แต่อักขระเดียว...ได้โปรดอย่าก้าวข้ามเส้นสีเหลืองนี้ไป
 
 
ไม่อย่างนั้นท่านอาจจะประสบชะตากรรมเดียวกันกับมนุษย์ผู้โชคร้ายคนอื่นๆ ที่ก้าวผ่านเส้นนี้ไปโดยไม่ได้รับอนุญาตก็เป็นได้
 
 
 
_____________ 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
จากที่ดูมา ทำให้เรารู้ว่า หนังมันดัดแปลงจากหนังสืออีกแล้ว!
 
 
 
มาดูเป็นช็อตๆ กันเถอะว่าตัวหนังเปลี่ยนอะไรไปมั่ง
 
 
 
#1: TYSON!!!
 
 
 
 
 
ตอนแรกที่เห็น Douglas Smith ขึ้นมาเล่นเป็น Tyson พี่ต่างแม่และเผ่าพันธุ์ของเพอร์ซี่  ในหัวผมมีแต่ "ใคร-สรร-มันมาวะ" ก็อีตา Smith มันไม่ได้ตัวใหญ่หรือหน้าตาอัปลักษณ์เลย แต่นี่หน้า "หล่อ-โคตร-โคตร" (คือหน้าตาก็ไม่ว่าหรอกนะ แต่ตัวผอมบางไปหน่อยมั้ยสำหรับไซค....อุ๊บ! (พูดไม่ได้เดี๋ยวญาติที่ไม่ค่อยใจดีเท่าไหร่อาจโผล่มากินกระดูกผม)
 
 
นี่แสดงว่า หนังคัดแต่คนหน้าตาดี มาเล่นสิเนี่ย (แต่ก็ดีที่ไม่เมินความสามารถด้วย)
 
 
แต่ถ้ามองข้ามตัวนักแสดงไป รู้สึกว่าไทสันจะไม่โชว์ตาเดียวตลอดทั้งเรื่องนะเนี่ย เหมือนจะโชว์เฉพาะในค่ายฮาล์ฟบลัด (แต่ก็มีบางฉากที่มี 2 ตา) แถมบางฉากยังใส่แว่นตาดำด้วย เหมือนทีมงานจะขี้เกียจทำ CG ยังไงยังงั้น เพราะในหนังสือไทสันจะมี 2 ตาเฉพาะอยู่นอกเขตมนตร์บังตาเท่านั้น ถ้าอยู่ในค่าย หรือในทะเลปีศาจ ไทสันก็จะมีตาดวงเดียวตลอด
 
 
การณ์อาจเป็นว่า CG ยังทำไม่เสร็จ ตัวอย่างต่อไปอาจจะมีเยอะกว่านี้
 
 
 
มาที่ช็อตต่อไปเลยดีกว่า
 
เมื่อพูดถึงตัวละครตัวใหม่ ก็คงหนีไม่พ้น...
 
 
 
 
#2: CLARISSE!!!
 
 
 
 
โอ้ เหล่าเทพเจ้า! ธิดาซาตาน เอ๊ย! เทพแห่งสงคราม เธอช่างสวยเหลือเกิน...
 
 
ในหนังสือ แคลรีสต้องโผล่มาในภาค 1 แล้ว โดยออกมาต้อนรับเพอร์ซีด้วยการ...เอ่อ...อย่าพูดถึงดีกว่า แต่พอมาเป็นหนังกลับถูกตัดออกไป ดังนั้นเมื่อจบหนังภาค 1 แล้วก็เลยถูกโวย โปรดิวเซอร์อย่างคุณ Chris ก็เลยออกมาแก้ตัวว่าภาค 2 นี้จะเอาแคลรีสมาเพิ่ม เพราะเธอมีบทบาทสำคัญในภาคนี้มาก
 
 
สำหรับแม่สาวที่มารับบทแคลรีสผู้นี้ก็คือ Levin Rambin ใครที่คุ้นๆ หน้าก็ตบกบาลตัวเองร้องอ๋อได้เลยครับ เพราะเธอเล่นเป็น Glimmer ตัวแทนจากเขตที่ 1 แห่งพาเนมใน The Hunger Games ด้วย (คนที่โดยต่อ GMOs ต่อยตายนั่นละ) และถ้าใครเป็นสาวก CSI ตอน Miami เธอผู้นี้ก็เล่นเป็น Molly Sloan และเธอยังเล่นเป็น Sloan Riley ใน Grey's Anatomy อีกด้วย เรียกได้ว่า "มากความสามารถ" กันเลยทีเดียว สำหรับนักแสดงบู๊อย่างเธอ
 
 
ถ้าพิจารณาที่ความสามารถ ก็โอเค แต่ที่ไม่โอเคก็คือ...หน้าตาครับ!
 
 
ในจินตนาการของผม แคลรีสน่าเกลียดกว่านี้เยอะ ของผม เธอมีใบหน้าอ้วนฉุ เหมือนยักษ์ช่อง 7 ร่างกายก็หนาล่ำ ไม่ใช่หน้าตาสะสวย หุ่นสเลนเดอร์อย่างเจ๊คนนี้ Surprised
 
 
 
แต่หนังก็เป็นหนัง เน้นหน้าตาไว้ก่อน ยอมแพ้ละครับ Foot in mouth
 
 
นอกจากนี้ ยังเหมือนว่าจะมีการประลองฝีมือ เพื่อหาสุดยอดเด็กเทพ เพื่อออกตามหาขนแกะทองคำด้วย สงสัยคงไม่มีการแข่งรถม้าศึกแล้วละครับ
 
 
 
 
 
 
#3: Cronos
 
 
 
 
 
หลังจากโดนแฟนๆ โห่ด่าในภาคที่แล้ว ว่าพล็อตตัวร้ายช่างไม่ได้เรื่อง

มีภาคนี้เหล่าอาลักษณ์แห่งค่าย Fox ยินดีนำพล็อตเดิมที่ตา Riordan จารึกไว้มาแล้วจ้า
 
 
 
ตัวอย่างล่าสุดนี้ ก็ได้เปิดเผยภาพโลงศพโครนอส (Cronos) จ้าวแห่งยักษ์ไททัน ที่ต้องการผงาดขึ้นมาจากใต้พิภพเพื่อโค่นล้มเทพโอลิมเปียน หลังจากที่เมื่อ 5013 ปีก่อน ได้ปกครองโลกแบบเผด็จการ (ชนิดที่แย่ยิ่งกว่านาย Kim Jong Eun หรือ Saddam Hussen) แถมกลืนลูกๆ ของตัวเองอีก จนถูกโค่นโดย ซุส ลูกของตนเองที่เรอา มเหสีแอบเลี้ยงเอาไว้ และขึ้นปกครองโอลิมปัสแทน
 
 
หลังจากที่ได้ดูตัวอย่าง จขบ. ก็พอใจมาก ที่เหล่าทีมงานตัดสินใจถูกซะที แถมยังถูกใจโลงทองคำอีกด้วย ที่ออกแบบได้อลังการงานสร้างมากๆ แทบจะถอดแบบออกมาจากที่บรรยายไว้ในหนังสือเลยทีเดียว


แต่ดูเหมือนว่า สถานการณ์ที่จบของเรื่องจะเปลี่ยนไปด้วย

ในหนังสือ ลุคพยายามใช้ขนแกะบนเรือที่จอด ณ ไมอามี แต่เหมือนในหนัง ทีมสร้างจะเนรมิตสวนสนุกขึ้นมา แล้วให้ลุคใช้ขนแกะบนปะรำพิธีแทน (แทนแท้น!) 


และล่าสุด หนังเหมือนจะดึงเอา Manticore มาลงจอล่วงหน้า 1 ภาคด้วย


สำหรับผมนั้น นึกภาพไม่ออกเลยว่า เปลี่ยนมาใช้ฉากนี้แล้วจะเป็นยังไง จะเกิดอะไรขึ้น แต่ก็คาดว่าจะต้องออกมาตื่นตาตื่นใจอย่างแน่นอน


 
#4: Oracle
 

 
 
 
 
หลังจากภาคก่อน 3 สหายได้ออกเดินทางไปแบบงี่เง่า คือแบบอเมริกันชน ไม่มีพิธีรีตองเหมือนชาวกรีกอย่างที่หนังสือบอกเลย
 
มาภาคนี้ ทีมงานได้คืนชีพ เทพีผู้พยากรณ์ Oracle ตามคำเรียกร้องแล้วครับ!
 
 
ตามท้องเรื่อง Oracle คือนางงู Pytia เมียของ Pyton ปีศาจงูที่อะพอลโลสังหาร แต่ Pytia ได้ขอให้ไว้ชีวิต โดยแลกกับการเป็นข้ารับใช้ ในฐานะเทพพยากรณ์แห่ง Delphi คอยบอกคำพยากรณ์กับทุกผู้ทุกนามที่มาปรึกษา
 
 
ส่วนใน PJ นั้น เทพพยากรณ์ได้ถูกอัญเชิญมาอยู่ค่ายฮาล์ฟบลัด ในฐานะซากที่ตายแล้ว (เพราะเหตุใดนั้นเรื่องมันยาว กรุณาออกเดินทางไปกับ "เทพองค์สุดท้าย") โดยก่อนที่มนุษย์กึ่งเทพจะออกเดินทาง ผู้นำการเดินทางจะต้องมาขอคำพยากรณ์ที่ Oracle เสียก่อน โดยคุณเธอพำนักอยู่ในห้องใต้หลังคา ที่น่ากลัวไม่แพ้ตัวเธอเหมือนกัน!
 
 
 
จาก ตย. หนัง จขบ. ต้องขอบอกว่า ชอบฉากนี้มากๆ ชอบห้องใต้หลังคา ทำออกมาได้อารมณ์เหมือนหลุดออกมาจากหนังสือเลย (อาจจะน้อยกว่าตรงที่ขาดสมบัติที่ มนกท. คนอื่นๆ เอากลับมาจากการเดินทางไป) เหมือนหนังจะเน้นไปที่ความคลาสสิกแบบกรีกโบราณ มากกว่าความปัจจุบันทันสมัย
 
อีกเรื่องหนึ่งก็คือ Oracle ภาคหนังดูเป็น "มัมมี่" ได้ใจมาก ทำออกมาได้ดีทีเดียว เสียอย่างเดียวตาไม่เป็นสีเขียว (แต่ก็ไม่แน่บางทีนี่อาจเป็น FX ลวกๆ สำหรับทำ ตย. พอออกมาเป็นหนังอาจจะดีขึ้น กรณีแฮร์รี่ฯ ก็เคยใช้)
 
 
 
#5: Chariot of Damnation
 
 
 
 
จาก ตย. ถือว่านี่เป็นไฮไลต์หนึ่งของมันเลยก็ว่าได้ กับรถศึกแห่งการสาปแช่ง aka แท็กซี่พี่น้องสีเทาครับ
 
 
สภาพเจ๋งมาก เสียอย่างเดียวไม่เป็นสีเทาเหมือนในหนังสือครับ
 
 
แถมดูเหมือนว่า จะไม่มีฉากพี่น้องสีเทา แย่งฟันตา เอ๊ย! แย่งฟันแย่งลูกกะตากันละครับ เพราะคุณเธอมีฟันครบ (อาจจะแย่งแค่ตาก็ได้ เพราะมีฉากรถตีลังกา 3 ตลบในตอนท้าย)
 
 
และที่น่าตื่นตาไม่แพ้กัน ก็คือลีลาของรถคันนี้!!!
 
 
 
 
ใครที่เคยดู Prisoner of Azkaban มุขแนวนี้คุ้นๆ กันมั้ย
 
 
ในนั้นรถบีบ อันนี้รถแยกครับ หุหุ หวาดเสียวแทนเพอร์ซี่
 
 
 
 
 
#6: (New) Hermes
 
 
 
 
 
 
อีกหนึ่งการเปลี่ยนแปลงที่น่าสนใจไม่แพ้กัน นั่นก็คือบทของเฮอร์ไมโอนี่เฮอร์มีส เทพแห่งการเดินทาง และรับตำแหน่งเป็นเทพแห่งการสื่อสารและขโมยด้วย (โอ้มิน่าเหล่ายักษ์ใหญ่มือถือถึงได้ฮั้ว 3G กัน อุ๊บส์) ที่เปลี่ยนนักแสดง จากใครไม่รู้ ที่มีฉากแค่ทำหน้าเอ๋อ ตอน PJ ของเราบอกว่าลูกตัวเองจะโค่นโอลิมปัสเท่านั้น มาเป็น Nathan Fillion นักแสดงมากฝีมือและคารมชาวมะกันแทน
 
 
แว้บแรกที่ผมเห็นหน้า ตั้งแต่มีข่าวเปลี่ยนนักแสดง ผมก็คิดว่า "เฮ้ย ไม่หน้าแก่ไปหน่อยเหรอ" 
 
เพราะในหนังสือ เฮอร์มีสดูหนุ่มมาก แถมไม่ได้โผล่มาใส่สูทแบบนี้ด้วย
 
ในหนังสือ แกใส่ชุดออกวิ่ง กับตอนท้ายที่ใส่ชุดไปรษณีย์
 
 
แต่พอเป็นหนัง เหมือนแกจะเป็นเจ้าของ New York Times อะไรประมาณนั้น ทั้งอาคารและคนรอบข้าง เหมือนสำนักงานข่าวหรือ นสพ. สักแห่งใน NYC
 
 
ก็ต้องติดตามดูกันต่อไป
 
 
 
#7: The Golden Fleece
 
 
 
 
 
ขนแกะทองคำในหนังหน้าตาแปลกๆ ไปหน่อย ในหนังสือมันคือขนแกะจริงๆ ถลกมาแต่หนังทั้งตัว
 
แต่พอเป็นหนังกลับดูเหมือนผ้าห่ม ที่มีลายแกะสีทองเท่านั้น
 
 
 
ยังไงก็ตาม เห็นแล้วก็สวยไปอีกแบบ
 
แถมคลับคล้ายคลับคลาว่าจะมีโหมด Transformers ด้วยนะครับ Foot in mouth
 
 
 
 
 
เห็นแวบแรกนึกว่าเป็น Festus นะเนี่ย อุ๊บส์!
 
มันอาจจะเป็นของเล่นของเด็กบ้านเฮเฟตัสก็ได้ ที่หลุดมา Panic เล่นๆ Embarassed
 
ก็ต้องติดตามกันต่อไป...
 
 
 
#8: Mr.D!!!!!!!!!!!!
 
 
 
 
โอ้ กรี๊ด! แต่เอ๊ะ! ทำไมมีหนวด
 
 
และแล้วภาคนี้ก็โผล่มาจนได้ กับไดโอนีซุส เทพเจ้าแห่งไวน์และความสำราญ หลังจากที่ถูกตัดออกไปในภาคที่แล้ว (ถ้าไม่นับเจ้าตัวไปโผล่บนโอลิมปัส ซึ่งตอนนั้นเฮียแกไม่มีเคราเลยสักนิดเดียว)
 
 
สำหรับผู้มารับบทสหายไวน์ก็คือ Stanley Tucci หากหนวดเครานั่นทำให้คุณไม่คุ้นหน้าคุ้นตาเขาล่ะก็ เขาก็คือผู้รับบทเป็น Caesar Flickerman พิธีกรสุดติสต์จาก Hunger Games นั่นเอง!
 
 
วิจารณ์รูปลักษณ์ภายนอกกันก่อน อันดับแรก จขบ. รู้สึกว่าหนวดเครานั้นไม่เข้าท่ากับไดโอนีซุสเลย จขบ. ว่าไดโอนีซุสควรจะพุงพลุ้ย หน้าบูด และคางเกลี้ยงเกลา แต่นี่หน้าตาธรรมดาๆ แถมจริงจังขึงขังด้วย ส่วนชุดก็เป็นสีส้ม แต่ไม่เป็นลายเสือดาวเหมือนในหนังสือ
 
 
แต่ดูจากเทรลเลอร์แล้วเหมือนคุณดี. เวอร์ชั่นจอสัมฤทธิ์วิเศษนี่จะหวงแหนค่ายเป็นพิเศษนะ เห็นคุณแกแนะนำทะเลปีศาจเสียเสร็จสรรพแถมยังจัดการประลองให้อีกด้วย ทั้งที่ในหนังสือคุณแกไม่สนใจด้วยซ้ำว่าค่ายจะล่มจมเมื่อไหร่
 
 
อย่างไรเสีย การปรากฏตัวของ Mr.D ก็หวังว่าจะสร้างสีสันให้กับหนังบ้างนะ
 
 
 
 
#9: Chiron and the Big House
 
 
 
 
 
สำหรับภาคนี้ ไครอน อาจารย์ของเหล่าวีรบุรุษมีการเปลี่ยนตัวและเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย อย่างแรก คือการแทนที่ Pierce Brosnan (เจมส์ บอนด์ในภาค GoldenEye, Die Another Day, Tomorow Never Dies และ The World Is Not Enough) ไครอนคนก่อน ด้วย Anthony Head ไครอนคนใหม่ ซึ่งก็ไม่ทราบว่าเปลี่ยนตัวด้วยเรื่องอะไร
 
ส่วนเรื่องเปลี่ยนแปลงคือ ไครอนในภาคนี้ดูแก่ลง ผมขาว ผิวก็ขาวขึ้น แถมแต่งตัวเหมือนครูมากขึ้นด้วย ต่างกับภาคที่แล้วที่พออยู่ในร่างครึ่งคนครึ่งม้าก็มีแต่ใส่ชุดหนังรัดติ้วเชียว (อย่านึกถึงหนัง AV Foot in mouth

 
ส่วนอีกการเปลี่ยนแปลงหนึ่งที่น่าสนใจก็คือ บ้านใหญ่ครับ ในภาคแรกไม่ปรากฏ ภาคแรกมีแต่ชุมนุมรอบกองไฟที่อเมริกันซะไม่มี สำหรับบ้านใหญ่ในหนังนี่ก็ถือว่าน่าพอใจมากทีเดียว ถึงจะมีไม่ถึง 4 ชั้นและหลังคาไม่ได้ทาสีน้ำเงินก็ตาม แต่ก็ดูอบอุ่นและมีสไตล์แบบค่ายฮาล์ฟบลัดจริงๆ
 
 
ต่อไปเป็นรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ
 
 
 
 
 
 
ภาคนี้แอนนี่บรู้ค เอ๊ย! แอนนาเบ็ธของเรา เจ๊ Alexy ลงทุนย้อมสีผมเป็นสีบลอนด์ให้ หลังจากโดนแฟนๆ บ่นกันเยอะว่าผม she ไม่เหมือนในหนังสือ
 
ดีแล้วละ ลงทุนหน่อย เพื่อเรตติ้งและรายได้ถล่มทลายนะครับ
 
 
 
 
 
 
 
 
เรือเจ้าหญิงแอนโดรเมดา จากเรือสำราญสุดเจ๋งที่มีชั้นนับสิบ...ลดระดับเหลือเพียงเรือยอตช์ธรรมดาครับ (สงสัยโดนโครนอสตัดงบ เลยเหลือแค่เนี้ย Foot in mouth )
(แต่ก็ยังหรูอยู่)
 
 
 
 
และสุดท้าย
 
 
 
 
 
คอมเม้นต์ถ้าคุณรู้ว่าเธอคนนี้คือใคร!!!
 
 
 
 
สรุป
 
 
 
Percy ภาคนี้ให้ความสำคัญกับเนื้อหาในหนังสือมากขึ้น ทั้งคืนชีพตัวละครหลายคน และฟื้นคืน theme หลักของเรื่อง นั่นก็คือ "Cronos กำลังคืนชีพ เหล่ามนุษย์กึ่งเทพชาวกรีก อุ๊บส์! จะต้องหยุดยั้งให้ได้" 
แต่ก็ยังเน้นไปที่ความเป็นอเมริกันของหนัง กล่าวคือ สีสันและความฮา ตลอดจนความตื่นเต้นเร้าใจ ที่หนังอังกฤษดังๆ อย่าง HP ไม่ทำให้ในสมัยของ David Yates นั่นเอง
 
 
 
 
โดยสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างอย่างแน่นอนก็คือ....
 
 
  •  โกรเวอร์ไม่ได้ถูกจับตัวไปแต่แรก แต่เหมือนจะถูกลุคจับตัวไปทีหลัง โดยลุคอาจเอาไปทิ้งไว้ให้โพลีฟีมัส ยักษ์ไซคลอปส์คุมตัวไว้
    (มีอนงค์หนึ่งโวยว่าอยากเห็นโกรเวอร์แต่งชุดเจ้าสาวด้วยฮ่ะ) 
  • เราคงจะไม่ได้เห็น Tantalus แน่ๆ
  • ภาคนี้เราคงไม่ได้เห็นแคลรีสแล่นเรือปีศาจไปกับผีชาวสมาพันธรัฐอย่างแน่นอน
  • "เซอร์ซี" และสปาของเธอคงไม่มีในหนัง
  • ฉากไซเรนก็คงไม่มี 
  • เราคงจะไม่ได้เห็น "ลูกม้าปาร์ตี้" กันแน่นอน
 
 
T T
 
 
แต่ก็อย่างว่าละนะ รายละเอียดพวกนั้น จขบ. คิดว่าคงไม่สำคัญเท่าไหร่ รังจะทำให้หนังสนุกน้อยลงไปอีก (แม้ว่าฉากเซอร์ซีจะวุ่นๆ อยู่ไม่น้อย และลูกม้าปาร์ตี้ก็เด็ดดวงทีเดียว แต่มันจะทำให้หนังยืดมากขึ้น ต้องมาใส่รายละเอียด แคสต์นักแสดงเพิ่มอีก จขบ. ว่ารอให้หนังทำเงินมากกว่านี้แล้วค่อยมาทบทวนดูว่าจะเพิ่มไปอีกดีหรือไม่
 
 
 
สำหรับคะแนนที่ได้ไปในวันนี้...
 
 
ความสนุก 9/10
ความตื่นเต้น 9/10
ความแปลกใหม่ 9/10
ความฮา 8/10
และคุ้มค่ากับการรอคอย 9.99/10 !!!
 
 
 
 
 
 
สุดท้ายจริงๆ แล้ว ก่อนจากกัน
 
 
หลังจากที่ดู ตย. ไป n+1 รอบ จขบ. สงสัยอยู่ฉากสองฉากครับ
 
 
 
1. 
 
 
 
 
 
นี่คือเบ็กเคนดอร์ฟหรือเปล่า
 
 
ตาม iMDb บอกไม่มีดารามารับบทนี้ แต่มี Silena Beauregard นะ
 
 
 
 
 
2.
 
 
 
 
 
คนแก่ 2 คนนี้เป็นทีมงานรึเปล่าครับ รู้สึกจะไม่มีเค้าเป็นชาวกรีกเลย
 
หลุดมาในฟิล์มหนังนะครับเนี่ย ระวังจะเป็นแบบ Chamber of Secrets นะคร้าบ!
 
 
 
 
_____________ 
 
 
 
เป็นไงคร้าบ! ตื่นเต้นมั้ยเอ่ย
 
 
หนังเรื่องนี้อาจจะไม่ใช่หนังในดวงใจของคนหลายคน แต่สำหรับแฟนหนังสือๆ แล้ว พวกเรารอคอยกันมานานมากกกกกกกก! (เกาะกระแสพี่มาก...พระโขนงหน่อย) ก็เหมือนกับเราชอบดาราคนหนึ่งที่ถึงแม้จะแสดงได้ห่วยแตกมาก แต่หน้าตาดี พื้นเพดี อัชฌาสัยดี เราก็พร้อมที่จะถวายตัวเป็นสาวก ฮิฮิฮิ
 
 
สำหรับวันนี้ก็ต้องขอลากันไปก่อน
 
 
อย่าลืมนะครับ เรามีนัดกับหนังเรื่องนี้ในวันที่ 15 สิงหาคม!
 
 
 
เอ็นทรี่นี้ลงทุน cap ภาพ + เรียงรูปเองกับมือ ขอคอมเม้นต์ให้หายเหนื่อยด้วยนะครับ!
 
แล้วพบกันใหม่คร้าบบบบบบบ!

Comment

Comment:

Tweet